ในท้องพระโรงเช้าวันนั้นขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ต่างจับกุมสนทนากันอย่างออกรส พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์เพราะได้ยินมาว่าเสนาบดีฝ่ายซ้ายฟ่านหลี่เจี๋ยจะถวายฎีกาเสนอชื่อผู้ที่สมควรจะได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา“ใต้เท้าเจี่ยท่านเห็นด้วยกับใต้เท้าฟ่านด้วยหรือ?” มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายหลี่ทำสีหน้าฮึดฮัดขัดใจคราวก่อนที่เขาทูลถวายฎีกา ฮ่องเต้รับไปแล้วกลับไม่สนพระทัย แม้เขาจะไม่มีบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอกแต่ก็มีหลานสาวที่เป็นบุตรสาวขุนนางขั้นสามที่มีความงดงามมากพอที่จะเป็นฮองเฮาได้ไม่อายผู้ใด ‘นี่เป็นเพราะฝ่าบาททรงมีพระอนุชาคุมกองทัพใหญ่ของแคว้นจึงมิได้เกรงอำนาจในราชสำนักของข้า’“ข้าเองก็ยังมิเคยเห็นท่านหญิงที่ว่านี้เหมือนกันรูปร่างหน้าตาอย่างไรก็สุดรู้เอาแค่สืบประวัติครอบครัวของนางได้อย่างแน่ชัดเสียก่อนเถิดว่าเป็นราชนิกูลตัวจริง” มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเจี่ยได้แต่ส่ายหน้า เขาเองก็เคยเสนอบุตรสาวของตนขึ้นฮองเฮาแต่คราวนั้นไม่อาจสู้ใต้เท้าเถียนได้ บัดนี้บุตรสาวของเขาก็ออกเรือนไปแล้วจนนางมีหลานให้เขาได้เชยชม ส่วนหลานสาวของเขาก็ไม่งดงามพอที่จะมาชิงตำแหน่งฮองเฮาจึงได้แต่ปล่อยให้ฟ่านหลี่เจี๋ยที่มีอำนาจเป็นรองเขาอยู่เล็กน้อยเสนอชื่อท่านหญิงตระกูลหลวนขึ้นมาเมื่อฮ่องเต้เสด็จออกว่าราชการ ทั้งท้องพระโรงต่างหยิบยกเอาเรื่องนี้มาถกเป็นเรื่องแรก นั่นเพราะหากคนของขั้วอำนาจฝั่งใดได้ขึ้นเป็นฮองเฮาย่อมส่งผลต่อการปกครองอย่างยิ่ง พระโ