อรสที่ประสูติจากฮองเฮาพระองค์ใหม่จะได้เป็นรัชทายาทอย่างแน่นอน“หม่อมฉันขอกราบทูลเรื่องการค้นหาท่านหญิงหลวนพบ พะยะค่ะ”ฟ่านหลี่เจี๋ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายนับเป็นหนุ่มรูปงามอันดับต้นๆ นอกจากจะเป็นผู้ทรงภูมิอย่างยิ่งเพราะสอบได้อันดับหนึ่งของสถาบันการศึกษาเค่อเฉิงที่โด่งดังที่สุดในแคว้นหมิงแล้ว ยังมีศักดิ์เป็นพี่ภรรยาของชินอ๋องผู้คุมกองกำลังพยัคฆ์เหินอันยิ่งใหญ่แห่งภาคเหนือ อีกทั้งท่านพ่อตาของเขาก็คือท่านฝู่กั๋วกงแห่งวังจีซึ่งมีอิทธิพลไม่น้อยในแวดวงราชการ ฟ่านหลี่เจี๋ยหยิบเอาประวัติของท่านหลวนตัวหลัวเป้ยเล่อหรือเป้ยเล่อซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของฮ่องเต้ในรัชกาลก่อนขึ้นมากล่าวอ้าง“ขอเดชะฝ่าบาท ท่านหลวนเป้ยเล่อและครอบครัวเสียชีวิตในกองไฟที่วังชิงหยวนแล้วมิใช่หรือพะยะค่ะแล้วจะเอามากล่าวอ้างเช่นนี้ได้อย่างไรกัน? หลักฐานก็มีชัดเจนว่าทุกศพล้วนตรวจสอบถูกต้อง”“ใต้เท้าหลี่ แม้ว่าคราวนั้นจะมีการเขียนรายงานเอาไว้ แต่ข้าได้ตรวจสอบโดยละเอียดแล้วพบว่ามีพิรุธอยู่หลายแห่ง เพื่อความกระจ่างแจ้งวันนี้จึงได้นำเอาพยานและหลักฐานมาเพื่อให้ฝ่าบาทได้ทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองด้วย” ฟ่านหลี่เจี๋ยหันหน้าจากการสบตาใต้เท้าหลี่ไปยังฮ่องเต้ “เชิญทอดพระเนตรหลักฐานของกระหม่อมด้วย พะยะค่ะ”ฟ่านหลี่เจี๋ยทำเอกสารการตรวจสอบไฟไหม้วังชิงหยวนแต่เดิมรวมถึงการชันสูตรศพต่างๆ ออกมาแจกแจง “หม่อมฉันต้องการชี้ให้เห็นว่า มีการสวมรอยนำเอาศพคนภายนอกมาใ