หงซือซือกลับไปนอนที่ห้องพักเดี่ยวหลังตำหนักเป่าฉี ความจริงฮ่องเต้ชักชวนให้นางอยู่นอนให้ห้องเล็ก แต่นางก็อิดออดเพราะคืนนี้มีนางอยู่เพียงคนเดียว อีกทั้งสายตาวาววามของพี่สาม ลึกๆ ก็ทำให้นางรู้สึกหวั่นไหว ใบหน้าหล่อร้ายนั้นมักจะยื่นเข้ามาใกล้ในยามเสนอข้อตกลง ดูไปแล้วก็เย้ายวนชวนให้เผลอไผลหงซือซือแอบหยิกตัวเองไปสองสามครั้งเพราะนางทั้งง่วงทั้งเคลิ้ม ‘พี่สามนะพี่สาม ท่านจะยื่นหน้ามาใกล้ข้าทำไมกันนักหนา?’ กว่านางจะตัดบทหนีออกมาได้ก็จนยามอิ๋นแล้ว นางซุกหน้าลงกับหมอน ‘ขอให้ได้พักผ่อนก่อนเถิดเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง’อู๋กงกงอดแปลกใจไม่ได้ที่ฮ่องเต้ไม่ตรัสถามถึงไป๋เพ่ยเจินแม้สักครึ่งค ่าจนอดรนทนไม่ไหวสอดปากทูลถาม “ฝ่าบาท เมื่อคืนนางกำนัลผู้นั้นถูกพระทัยหรือไม่พะยะค่ะ?”“อืม….” ฮ่องเต้ยังคงก้มหน้าอ่านฎีกาอย่างไม่เอาใจในคำถามนั้นนัก “เย็นนี้อย่าลืมตามนางมาให้ด้วย”อู๋กงกงพยายามประเมินความสำคัญของนางในพระทัยฮ่องเต้ แต่เมื่อไม่ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมาก็อดตัดสินเองไม่ได้ว่านางอาจจะมิได้สำคัญมาก แต่ก็ยังทรงเรียกหาอีกในค ่าคืนนี้แสดงว่านางก็ยังพอมีโอกาสได้รับการแต่งตั้งเร็วๆ นี้เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นตรงศีรษะ ไป๋เพ่ยเจินที่อาบน ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็รีบไปโรงครัวเพื่อขออาหารเหลือรับประทาน หม่าหลันฮวามองเห็นนางก็กระตือรือร้นเข้ามาหา “เมื่อคืนเป็นอย่างไร? รู้หรือไม่เจ้าเป็นคนแรกที่มิได้ผ่านพิธีการตรวจพรหม