จรรย์เช่นเดียวกับสตรีวังหลังคนอื่นนะ”“หือ!” นางทำหน้าตื่นเมื่อได้ยินสิ่งที่หม่าหลันฮวาบอก“ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร?”“สตรีที่จะถวายตัวกับฮ่องเต้ได้จะต้องถูกมามาหลี่ตรวจสอบว่ายังมีพรหมจรรย์อยู่หรือไม่น่ะสิ” หม่าหลันฮวาหัวเราะคิกคักก่อนจะป้องปากกระซิบบอกวิธีตรวจอยู่ข้างหู หงซือซือได้ยินถึงกับหน้าซีด“จริงหรือ?”“จริงสิ! ตรวจภายในเพื่อความแน่ชัดว่าเจ้าสมควรจะได้เป็นพระสนมหรือไม่น่ะสิ แต่เจ้าช่างโชคดีเมื่อคืนฮ่องเต้เรียกเจ้าเข้าไปกะทันหันเลยไม่ถูกตรวจ”หงซือซือส่ายหน้า “ข้าก็ยังมิได้ทำอันใดกับฮ่องเต้เลยนะ”“หา!” หม่าหลันฮวาเอามือทาบอก “แล้วฝ่าบาทเรียกเจ้าไว้เพื่อการใด?”“ก็แค่อยู่รับใช้น่ะ เจ้าคิดมากไปเอง” หงซือซือทำตาใส เมื่อหม่าหลันฮวาเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความเสียดาย“ข้าคิดว่าเจ้าจะได้เป็นพระสนมแล้วเทียว เผื่อรับข้าไปอยู่ตำหนักด้วย เออ…ข้าได้เย็นอู๋กงกงบอกว่าเย็นนี้ฝ่าบาทรับสั่งให้เจ้าเข้าเฝ้าด้วยนี่”“บ่ายนี้ล่ะ ข้าจะเริ่มช่วยงานฝ่าบาทแล้ว” นางพยักหน้ารับ“อย่างเจ้านี่นะ จะได้ช่วยงานฝ่าบาท” หม่าหลันฮวามองไม่ออกว่าคนเซ่อซ่าอย่างไป๋เพ่ยเจินจะสามารถช่วยสิ่งใดฮ่องเต้ได้“เอาเถอะ เจ้าไม่ต้องรู้หรอก ข้าจะรีบกินข้าวแล้วไปเข้าเฝ้า” นางกระวีกระวาดเข้าไปในโรงครัว ทว่าข่าวลือนั้นไวกว่าไฟป่าเมื่อนางเดินมาถึงคนในโรงครัวก็รีบหาอาหารมาให้ทันที พลางซุบซิบถึงโอกาสที่นางจะกลายเป็นพระสนมในไม่ช้า หงซือซ