อก้มลงมองเข็มเงินในมือนาง ปลายที่จิ้มลงไปในถ้วยข้าวกลายเป็นสีม่วงอ่อนๆ“ข้าเคยได้ยินอาจารย์พูดถึงพิษสลายกล้ามเนื้อว่าตรวจสอบยากนักและใช้เวลาในการสะสมในร่างของผู้ที่ได้รับพิษยาวนานถึงสี่สิบห้าวัน จะค่อยๆ ออกฤทธิ์ให้กล้ามเนื้อค่อยๆ สิ้นแรง หากใช้ไม่มากก็แค่กลายเป็นคนพิการแขนขาใช้การไม่ได้”หมิงเฟยหลงใคร่ครวญถึงคนรอบข้างที่คิดจะเอาชีวิตของตน เขารอดพ้นการก่อกบฏมาแล้วสองครั้ง ที่ผ่านมายังไม่มีผู้ใดใช้วิธีการเช่นนี้มาก่อน “เจ้ารู้ที่มาของยานี้หรือไม่?”“ยานี้เดิมนี้ใช้กันในยุทธภพเพื่อหวังทำลายวิทยายุทธ์อีกฝ่ายหนึ่ง เห็นทีคนในวังจะมีคนรู้จักอยู่ในยุทธภพเป็นแน่” หงซือซือหันไปมองหน้าฮ่องเต้ “พี่สามข้าคงต้องตรวจสอบในร่างกายท่านเสียหน่อยแล้วว่าได้รับพิษนี้ไปมากน้อยเพียงใด?” เมื่อเห็นเขาทำหน้าฉงน “ยื่นมาท่านมาให้ข้าเจาะเลือดสักเล็กน้อยเถิด”เมื่อเขาวางมือบนโต๊ะนางก็หยิบเอาชามเปล่าใบหนึ่งมารองไว้ จับมือเขายกขึ้นเหนือชามนั้นแล้วใช้เข็มอีกอันเจาะเข้าไปในนิ้วมือเขาจนเลือดซึมออกมาเล็กน้อยนางใช้เข็มเงินนั้นแตะรูดเบาๆ ที่หยดเลือดสีแดงสด“เป็นอย่างไรบ้าง?” ฮ่องเต้ทรงมองแล้วก็ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ ทว่ากลับยังทรงกังวลใจอยู่“ท่านยังไม่ได้รับพิษ เห็นทีคงเพิ่งจะเริ่มวางยาท่านวันนี้วันแรก” นางนึกถึงสิ่งที่ได้ยินในตำหนักหรงซิ่ง ‘กุ้ยเฟยคิดจะวางยาฮ่องเต้หรือนี่? นางทำไปทำไมกันในเมื่อนางเองก็ยังไม่มีพระโอรสหรือพระธ