ไป๋เพ่ยเจินตัวจริงที่กลับไปทำงานในตำหนักเป่าฉีเมื่อได้ยินพระดำรัสของฮ่องเต้ที่บอกกับองครักษ์คนสนิททั้งสองก็แทบจะปล่อยถ้วยน ้าชาตกแตก“เจิ้นจะไปตามหาจอมยุทธ์หง”องครักษ์ทั้งสองค้อมศีรษะลงรอรับคำสั่ง “หม่อมฉันจะไปเตรียมตัว พะยะค่ะ” เมื่อออกจากตำหนักได้หู่ซิ่นสือก็หันไปเอ่ยกับจูจิ้นติ้ง “เจ้าว่าจอมยุทธ์หงผู้นั้นเราจะหาตัวพบง่ายหรือไม่?”“บุรุษที่บอกว่าสนิทกับพราชายาของท่านอ๋องเก้าน่ะรึ?”“ใช่! แต่ข้าว่าคนผู้นี้ดูลึกลับชอบกล”“ข้าก็คิดเหมือนเจ้า คราวนี้ไม่รู้ว่าจะคิดจะเสด็จกี่วัน?”“มากสุดคงไม่เกินสามวัน ช่วงนี้ยามปราชุมขุนนางวุ่นวายนัก ดีที่ชินอ๋องเสด็จกลับมาแล้ว มิฉะนั้นฝ่าบาทคงจะไม่กล้าออกจากวังเป็นแน่”ไป๋เพ่ยเจินที่เดินตามหลังออกจากตำหนักมาติดๆก็ลอบติดตามฟังคนทั้งสองคุยกันจากนั้นนางก็หลบออกไปข้างตำหนักเพื่อลัดเลาะไปยังตำหนักเสียนเหลียงของอดีตฮองเฮา เคราะห์ดีที่หงซือซือกำลังเช็ดถูโต๊ะเก้าอี้อยู่ห้องโถงกลางของตำหนัก“เจ้าจิ้งจก ข้ามีเรื่องใหญ่มาบอก!” หน้าตาของนางดูร้อนรนจนหงซือซือรีบหันมาแล้วดึงแขนของนางไปนั่งบนเก้าอี้“เจ้ามีเรื่องใด? ดูหน้าตาแตกตื่นยังกับไฟไหม้วังหลวง”“ไม่แตกตื่นยังไงไหว? ข้าได้ยินฮ่องเต้ตรัสว่าจะออกจากวัง”“หา! ออกไปทำไม?”ไป๋เพ่ยเจินถ่ายทอดเรื่องที่ได้ยินในตำหนักเป่าฉีอย่างไม่มีตกหล่น นางคิดว่าการที่ฮ่องเต้จะเสด็จไปนอกวังเป็นเรื่องใหญ่เพราะนางไม่เคยรู้ว่าฮ่องเต้นั้นแอบเสด็