็จถึงด้านในมีเพียงเหม่ยห้าวหัวหน้าองครักษ์และอู๋กงกง เมื่อฮ่องเต้ทรงประทับพระที่นั่งแล้วไม่เห็นนางกำนัลผู้นั้นเดินตามเข้าไปก็ก็ขมวดพระขนง อู๋กงกงสังเกตได้ว่องไวยิ่งรีบค้อมศีรษะขออนุญาตเดินออกมาตามไป๋เพ่ยเจินที่ยืนรออยู่หน้าประตูทำทีเก้ๆ กังๆ“เจ้าเข้ามาสิ ต่อไปต้องรับใช้ในห้องบรรทมนะ ยังไม่เข้าใจอีกหรือ?”“เจ้าค่ะ” ไม่ใช่ว่านางไม่รู้แต่นางไม่อยากต่างหากตามปกตินางกำนัลตำหนักเป่าฉีที่รับใช้ในห้องบรรทมมีสี่คนที่เหลือเป็นขันทีอีกสี่คน ฮ่องเต้ทรงระมัดระวังพระองค์อย่างยิ่ง แม้จะทรงมีพระสนมจำนวนมากแต่ก็เป็นเพราะนางเหล่านั้นถูกถวายเข้ามา มิได้เกิดจากความประสงค์ของฮ่องเต้แต่อย่างใดนางเข้าไปยืนหดคอก้มหน้าอยู่เยื้องกับอู๋กงกงนางกำนัลประจำตำหนักคนอื่นๆ ล้วนต้องยืนรออยู่ข้างนอกจนกว่าจะถูกเรียกเข้ามา ฮ่องเต้เรียกนางมาแล้วกลับมิได้สนใจนางกลับหันไปคุยกับอู๋กงกงเรื่องการเรียนขององค์ชายหมิงเหอตี้“เจิ้นไม่เจอเสี่ยวตี้หลายวันแล้ว เขาเป็นอย่างไรบ้าง?”“องค์ชายทรงขยันเรียนพะยะค่ะ ราชครูทรงชื่นชมว่ามีลายพระหัตถ์สวยงามและท่องจำหนังสือพันอักษรได้แล้ว”“อืม…ดี! สมกับเป็นว่าที่รัชทายาท” อู๋กงกงถอนหายใจ “อย่ากังวลไปก่อนเลยอู๋กงกง วันข้างหน้าพวกขุนนางคงจะเห็นดีเห็นงามไปเองเพราะเจิ้นเองก็ยังมองไม่เห็นว่าผู้ใดจะเหมาะสมเป็นฮองเฮาในห้วงนี้”อู๋กงกงถอนหายใจอีกครา ขุนนางทั้งหลายต่างคัดค้านที่ฮ่องเต้จะทรงแต่งตั้งองค์ชายหม