ข้าเอง… ข้าคือกู้ชวน!”
ภายใต้สายตาอันเฉียบคมคู่นั้น ปูดำตัวเขื่องก็อ้าปากพ่นคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างหน้าตาย
“……”
เจ้าหอสมบัติหนานจางขมวดคิ้วมุ่นจนแทบเป็นปม “เจ้าไปทำอีท่าไหน ถึงได้เอาดวงวิญญาณอันสูงส่งไปสถิตอยู่ในร่างที่ทุเรศสายตาเช่นนี้?”
กู้ชวนไม่รอช้า เขาซัดทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง โดยสรุปเหตุการณ์หายนะที่เขาต้องเผชิญมาอย่างรวบรัด
เมื่อฟังจบ เจ้าหอสมบัติหนานจางก็จ้องมองกู้ชวนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ “เจ้าจะบอกข้าว่า… เพียงแค่ผู้อาวุโสลำดับที่เก้าจากสำนักเล็กๆ ในแคว้นหนานอวิ๋น สามารถบดขยี้เจ้าจนเหลือเพียงกระดองปูเช่นนี้ได้รึ?”
“ขอรับ…”
มุมปากที่ไร้ตัวตนของกู้ชวนกระตุกยิกด้วยความอับยศถึงขีดสุด แต่เขาก็จำต้องพยักก้ามยอมรับความจริง
ถึงจะน่าสมเพชจนอยากมุดแผ่นดินหนี แต่หลังจากหนีตายกลับมา เขาก็สั่งให้ประธานเหลียนไปขุดรากถอนโคนสืบประวัติมาจนสิ้น ข้อมูลยืนยันชัดแจ้งว่าคนคนนั้นคือจางอวิ๋น ผู้อาวุโสเก้าแห่งสำนักหลิงเซียน
สำหรับชื่อ ‘สำนักหลิงเซียน’ นั้น เขาเคยผ่านหูผ่านตาเพียงแวบเดียวในรายงานขยายตลาดที่มู่เหวินเซวียนส่งมาเมื่อ