ก็ได้ยินทั้งสองคนจึงได้ลุกขึ้นมาทันที หลังจากที่สวมชุดเรียบร้อยแล้วไม่ทันแม้แต่จะล้างหน้า ก็รีบวิ่งออกไปเลย วิ่งไปตามเสียงกลองทางกำแพงเมืองบนกำแพงเมืองที่สูง ทหารหลายแถวยืนเรียงกันอย่างเรียบร้อย สองแถวแรกเป็นพลธนูถือคันธนูและลูกธนู ในมือทุกคนได้ดึงคันธนูค้างไว้แล้ว แถวแรกเล็งลูกธนูไปทางข้าศึกที่อยู่นอกกำแพงเมืองที่มืดมิดกลางกำแพงเมืองมีอ๋องเย่ที่สวมชุดสีดำยืนอยู่ ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามเท่านั้น ทั้งร่างกายยังได้กระจายไปด้วยแรงของการสังหารมีกลองสงครามขนาดใหญ่อยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวาของเขา และทหารที่ไม่สวมเสื้อสองคน ถือไม้ตีกลองตีกลองอย่างมีจังหวะแม่ทัพทั้งหมดก็ก้าวขึ้นไปบนกำแพงทีละคน ยืนอยู่ทั้งสองด้านของอ๋องเย่ เฝ้าดูทุกย่างก้าวของข้าศึกภายในกำแพงเมือง มีทหารที่ยืนเรียงกันอยู่สองแถวเหมือนกับมังกรยาวสองตัวพวกเขาสวมชุดเกราะ แต่ละคนถือหอก นำโดยรองแม่ทัพ ดวงตาที่เบิกกว้างเหมือนกระดิ่งทองแดง สายตาดุร้ายจ้องมองประตูเมืองอยู่434
เพียงแค่ประตูเมืองเปิดออก พวกเขาก็จะบุกไปต่อสู้โดยไม่รีรอ สู้กับข้าอย่างสุดชีวิตหลานเยาเยาก็ได้ขึ้นไปบนกำแพงเมืองมองข้าศึกที่ยืนดำเป็นแถบ ถูกจัดอยู่ในความระเบียบเรียบร้อย นางขมวดคิ้วเล็กน้อยทหารราบของข้าศึก ได้แก่ ทหารราบเบา ทหารราบหนัก ทหารธนูหน้าไม้ และพลธนู ทหารม้าและทหารรถม้าก็ถูกจัดวางเรียบร้อยแล้วแวบแรกที่กวาดมองไปกองกำลังของข้าศึกครั้งนี้น่