นก็เปลี่ยนแล้วล่ะ?“ได้ได้ได้ ข้าไม่เข้าไปก็ได้”ไม่ให้เขาเข้าไปสินะ!เช่นนั้นเขาก็ไม่เข้าไป ก็รออยู่ตรงนี้ เขาไม่เชื่อว่าพ่อบ้านเหมยจะเอาไม้กวาดมากวาดเขาออกไปจากประตูคุณชายเหลียงเฉินเอามือสองข้างไว้ด้านหลัง สายตาจับจ้องห้องหนังสือ ท่าทางจะไม่ยอมแพ้ถ้าไม่รอจนซ่างกวนหนานซู่ออกมาเห็นดังนั้น พ่อบ้านเหมยหันหน้าแล้วเดินโม่เหลียงเฉินถาม: “พ่อบ้านเหมยไปไหน ไม่อยู่คุยเรื่อยเปื่อยเป็นเพื่อนข้าหรือ?”“หาไม้กวาดขอรับ”โม่เหลียงเฉินหูตั้ง ใจเกิดความระมัดระวัง: “หาไม้กวาดทำอะไร?”162
“กวาดพื้นขอรับ!” พ่อบ้านเหมยเดินไปไกลแล้ว“ท่านพ่อบ้านใหญ่ผู้หนึ่งยังต้องกวาดพื้นอีกหรือ?” เขาเปล่งเสียงดัง กล่าวกับพ่อบ้านเหมย“ไม่เช่นนั้นล่ะ? จะต้องกวาดท่านคุณชายเหลียงเฉินผู้นี้ออกจากประตูงั้นหรือขอรับ?” หางเสียงยังไม่ทันสิ้นสุด เงาร่างของพ่อบ้านเหมยก็หายไปตรงที่ลึกสุดตรงทางเดินหลังจากไม่มีคนคุยด้วย โม่เหลียงเฉินทำได้เพียงเดินไปนั่งตรงศาลาที่อยู่ไม่ไกลลมหนาวพลิ้ว อากาศเย็นยะเยือก โม่เหลียงเฉินทนลมหนาว รวบชุดคลุมที่หนาแน่นแต่ไม่ไร้ราศีไว้ รอเงียบๆไม่นาน ประตูห้องหนังสือเปิดแล้วมีเพียงเงาของเย่แจ๋หยิ่งออกมาผู้เดียว โม่เหลียงเฉินมองอย่างงงัน เขารีบเดินเข้าไป“แจ๋หยิ่ง คุณชายซ่างกวนล่ะ?”เย่แจ๋หยิ่งสีหน้าเรียบเฉย แววตาเย็นยะเยือก ท่าทางเหมือนไม่พอใจทำให้โม่เหลียงเฉินลูบศีรษะ แต่รู้สึกว่าคอก็เย็นเล็กน้อย ทำให้เขารู้สึกถึงความ