สินใจกลับห้องบรรทมรับใช้เจ้าให้ดีๆหน่อยจนกระทั่งเจ้าร้องขอชีวิต”“……”141
แก้มที่แดงเป็นเลือดฝาดเพิ่งลดไปเมื่อครู่ ภายใต้วาจาเสียดหูทำให้คนหน้าแดงหูแดง แดงกํ่าขึ้นมาใหม่อีกครั้งหลายเยาเยาอดไม่ได้ที่จะเบิกตาโพลงเป็นดังคาด เย่แจ๋หยิ่งที่ใส่เสื้อผ้าและไม่ใส่เสื้อผ้าต่างกันราวฟ้ากับดินหลานเยาเยาที่ถูกอุ้มกลับห้องบรรทม ถูกเชยชมซํ้าไปมาดังคาด นางเหงื่อไหลชุ่มแม้แต่นิ้วมือก็ไม่อยากกระดิก เย่แจ๋หยิ่งจึงได้ปล่อยนางไปด้วยพอใจยังไม่ถึงที่สุดมองดูรอยจูบที่ทิ้งไว้บนตัวของนาง อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้นางเป็นของเขาแล้วทั้งหมดทุกอย่างล้วนเป็นของเขาแล้วเอาหลานเยาเยาที่สีหน้าเต็มไปด้วยความเคืองกอดในอ้อมอก และหอมที่หน้าผากนางเบาๆ“เหนื่อยหรือ?”หลานเยาเยาก็มองดูเขานิ่งๆ ให้เขาเพียงความรู้สึกที่แสดงผ่านสายตา ไม่อยากพูดจานางยังจำได้ ก่อนหน้านี้เย่แจ๋หยิ่งเคยพูด เพียงแค่นางร้องของให้ปล่อย เขาก็จะปล่อยนางแต่ความจริงล่ะ?นางได้ร้องขอด้วยเสียงตํ่าแล้ว เขายังเชยชมซํ้าไปมาอยู่ตรงนั้น“เยาเยา อย่าโกรธเลย เมื่อครู่เจ้าก็เคลิบเคลิ้มมาก”142
“ข้า…….”มีประโยคหนึ่งที่คำพูดไม่น่าฟังไม่รู้ว่าควรหรือไม่ควรพูดเย่แจ๋หยิ่งช่วยนางจัดการเส้นผมที่ถูกเหงื่อจนชุ่ม ทั้งปลอบนางเบาๆ ต่อจากนั้นเพื่อทำให้ตัวเองได้สนุกจนเพียงพอ เริ่มหาเหตุผลมาแก้ตัวอีก“เยาเยา ข้ากับเจ้าแต่งงานกันกี่ปี อีกทั้งอยู่ด้วยกันน้อยจากกันมาก กี่ครั้งที่เผชิญความเป็นความ