หลังจากชนเข้ากับทรวงอกของเขา เย่แจ๋หยิ่งก็ไม่เตรียมให้นางได้ขัดขืนออกไปมือข้างหนึ่งจับกุมช่วงเอวของนางไว้แน่น มืออีกข้างถือหนังสือชายชอบชายซ่อนไว้ด้านหลัง รีบเอาหนังสือเล่มนั้นใส่ไว้บนชั้นหนังสือ จึงได้โล่งอก มือสองข้างกอดคนไว้ในอ้อมกอดอย่างสบายใจยังอดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับพฤติกรรมเมื่อครู่ของตัวเองอดที่จะหยอกล้อคำหนึ่งไม่ได้ : “เยาเยา ข้าจะทำอะไรเจ้าได้?”หลานเยาเยารู้สึกว่าคำพูดนี้น่าสนใจ เงยหน้าตาสองคู่สบตากับเขา มุมปากผุดรอยยิ้มบางๆออกมา“พูดกลับกันแล้วล่ะมัง? น่าจะเป็นข้าควรจะทำอย่างไรกับเจ้าจึงจะถูก”พูดจบก็เอาศีรษะมุดเข้าไปที่หน้าอกของเขา สูดกลิ่นหอมจางๆบนตัวของเขาทั้งๆที่เป็นเพียงกลิ่นหอมจางมากๆ แต่กลับสดชื่นมือสองข้างของหลานเยาเยาโอบรอบช่วงเอวของเขา ริมฝีปากแดงขยับ :“ทำให้คนวู่วามเป็นอย่างมาก”“อะไร?” เย่แจ๋หยิ่งไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร“ข้าบอกว่ากลิ่นหอมอ่อนบนกายของท่านทำให้คนวู่วามเป็นอย่างมาก” หลานเยาเยาอธิบายเล็กน้อยแต่การอธิบายเช่นนี้ ค่อนข้างมีเลศนัยไม่กระจ่าง รอจนหลานเยาเยาได้สติ เงยหน้ามองทางเย่แจ๋หยิ่งอย่างฉับพลัน พบว่าเขาจ้องมองนางด้วยแววตาที่เปล่ง130
ประกาย ในดวงตามีความผิดปกติ เป็นสายตาที่นางคุ้นเคยอีกทั้งไม่ได้เห็นมานานแล้วนางใบหน้าร้อนทันที รู้ว่าเย่แจ๋หยิ่งเข้าใจผิดแล้วเปิดปากอธิบาย : “เย่แจ๋หยิ่ง ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น ความหมายของข้าคือ……..”“คืออะไร?” เสีย