ฉุกละหุกก็คือความสับสนวุ่นวาย16
ปีนี้หลังจากที่สามารถอดทนกดความหยิ่งผยองของพรรคพวกอดีตฮ่องเต้ฝั่งนั้นได้แล้ว วันปีใหม่จำเป็นจะต้องจัดขึ้นอย่างใหญ่โต แต่กลับไม่เคยคิดว่าสามประเทศมหาอำนาจที่เหลือล้วนส่งขุนนางผู้ใหญ่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย จุดประสงค์ในนั้นแสดงออกอย่างชัดเจน…….”ฟังเหล่านี้จบหลานเยาเยาค่อนข้างตะลึงเย่หลีเฉินชั่งโชคร้ายจริงๆ เป็นองค์ชายรัชทายาทก็ต้องอดกลั้นความโมโห ซ่อนเร้นความสามารถ เป็นฮ่องเต้แล้วยังต้องกังวลทั้งภายในภายนอก ทำการลำบากเป็นฮ่องเต้มีอะไรดี?ก่อนว่าการราชสำนักก็ต้องต่อกรกับขุนนางผู้ใหญ่ที่มีความคิดมากมาย หลังว่าการราชสำนักก็ต้องเผชิญหน้ากับการแย่งชิงที่ยุ่งเหยิงของวังหลัง ชั่งเหนื่อยจริงๆ!แต่ทว่าที่เย่แจ๋หยิ่งพูดเรื่องเหล่านี้ มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนเหล่านั้นที่พวกเขาเห็นที่โรงเตี๊ยมตอนนี้?หรือว่า……“มีความเกี่ยวข้องกับทูตของแต่ละประเทศที่มาเมืองหลวง?”ได้ยินดังนั้น!เย่แจ๋หยิ่งพยักหน้า“บางที”17
คำนวณวัน ทูตแต่ละประเทศสองวันนี้ก็น่าจะถึงเมืองหลวงแล้วได้ยินถึงตรงนี้ หลานเยาเยามองดูเย่แจ๋หยิ่งลึกๆแวบหนึ่ง ในแววตามีความไม่กระจ่างเล็กน้อย“ทุกเดือนเย่หลีเฉินจะมาที่จวนอ๋องเย่ แต่ท่านกลับไม่พบเขา คนนอกคิดว่าท่านเสียใจจนสิ้นหวัง ไม่ได้ไถ่ถามเรื่องการบ้านการเมืองอีก ด้วยเหตุนี้เย่หลีเฉินที่ไม่มีรากฐานเป็นเพียงคนโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง ดังนั้นกล้าบงการเรื่องในราชสำนัก แต่ดูสถ