งและหลานเยาเยาก็อยู่ในนั้น พวกเขาจดจ่อทุกการกระทำทุกการเคลื่อนไหวภายในโรงเตี๊ยมพระอาทิตย์ในฤดูหนาว ถึงตอนใกล้คํ่า ก็ลับยอดเขา เหลือไว้เพียงก้อนเมฆที่ย้อมเป็นสีแดงผืนหนึ่งลมหนาวโชยมา เหมือนดั่งมีดกรีดใบหน้าและผิวหนังที่เผยออกมาหลานเยาเยาเอามือสอดเข้าไปในแขนเสื้อที่อบอุ่น สายตาจ้องมองโรงเตี๊ยมตลอดฉับพลันนั้น เสื้อคลุมที่อบอุ่นผืนหนึ่งก็คลุมบนไหล่ของนาง บนไหล่มีความหนักขึ้นเล็กน้อย ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวที่คุ้นเคยของเย่แจ๋หยิ่ง20
รู้ว่าเขาอยู่ด้านหลัง หลานเยาเยาก็ไม่ได้มองเขา ยื่นมือไปด้านหลัง คว้าแขนของเขา ลากเขามาข้างกายของตัวเอง ดึงเสื้อคลุมครึ่งหนึ่งที่เพิ่งคลุมให้นาง คลุมบนไหล่ของเขาจากนั้นมองกลับไปยิ้มบางๆให้เขา แล้วจ้องมองโรงเตี๊ยมต่อเย่แจ๋หยิ่งก็อยู่ข้างกายเขาตลอด มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัวม่านดำยามราตรีปกคลุมลงมาแล้ว ในโรงเตี๊ยมมีแสงสว่างมีคนสัญจรเข้าไปในโรงเตี๊ยมเรื่อยๆ ทุกคนแต่งตัวแบบปราชาชนธรรมดา รวมตัวกันกับลูกค้าที่นั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมก่อนหน้านี้ พวกเขาไล่เถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อไปชั้นสองส่งคนไปเฝ้า ไม่รู้ว่าคนกลุ่มนั้นกำลังหารืออะไรกันอยู่ที่ชั้นหนึ่งต่อจากนั้นก็กลายเป็นคนสามกลุ่มห้ากลุ่มออกมาจากด้านในโรงเตี๊ยม จากนั้นก็ไปทางทิศทางเดียวกันรอจนลูกค้าทั้งหมดไปหมดแล้ว เถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อถึงได้กล้าลงมาจากชั้นสองพวกเขาตระหนกจนเหงื่อไหล เพราะพวกเขามองเห็นลูกค้าเหล่านั้นเผยมี