ให้เปิดกว้าง
ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นอายความแห้งเหี่ยวเข้มข้นที่เจือไปด้วยรังสีอัมหิตดุร้ายก็พุ่งทะลักออกมาปะทะใบหน้าจนชวนคลื่นเหียน
เมื่อกวาดสายตาเข้าไปด้านใน
บนเสาเหล็กหลายต้นภายในลานเรือน ปรากฏร่างของมนุษย์ที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนหนาหนัก ร่างกายของพวกเขาถูกชอนไชด้วยเถาวัลย์หนามสีเลือด ผิวหนังปริแตกเป็นจุดเน่าเฟะสีเขียวคล้ำ ปากที่เคยเป็นมนุษย์กลับเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม สภาพอเนจอนาถจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
“พ่อ… ท่านพ่อ!”
สายตาของอู๋เสี่ยวพั่งล็อกเป้าไปที่ชายวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งในทันที
แม้ทั่วร่างจะเต็มไปด้วยหนามแหลมและจุดเน่าเปื่อย แต่เขาก็ยังจำเค้าหน้าของพ่อบังเกิดเกล้าได้
เมื่อเห็นบิดาตกอยู่ในสภาพที่กึ่งคนกึ่งอสูรเช่นนี้ ร่างของอู๋เสี่ยวพั่งก็สั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด เขาเอ่ยถามเสียงสั่นพร่า “ท่านแม่ ท่านลุงใหญ่… นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่!”
“เฮ้อ…”
ลุงใหญ่ตระกูลอู๋ถอนหายใจยาวพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลด “เรื่องนี้ต้องย้อนความไปเมื่อครึ่งปีก่อน...”
ในเวลานั้น นายท่านรองตระกูลอู๋ พ่อของอู๋เสี่ยวพั่ง ได้เดินทางไปเก็บเกี่ยวยาสมุนไพรที่สวนลับของตระกูลตามปกติ ตระกูลอู๋ก้าวขึ้