ตั้งแต่ออกมาจากห้องครัว เพราะเรื่องที่หานแสจะสร้างเรือแห่งความสิ้นหวังอีกครั้ง นางยังมีเรื่องเล็กน้อยที่ไตร่ตรองไม่กระจ่าง จนกระทั่งเพิกเฉยต่อเย่แจ๋หยิ่งที่ยืนอยู่ข้างประตูนางก้มหน้าครุ่นคิด สาวเท้าเชื่องช้า หลังจากที่ได้ยินเสียงกระแอมเบาๆดังมาจากด้านหลังแล้ว จึงได้หยุดฝีเท้าลง หันกลับไปมองเห็นเย่แจ๋หยิ่งในชุดสีดำกำหมัดเล็กน้อย วางไว้ข้างปาก สายตามองดูนางเงียบๆเหมือนกับว่าร่างกายไม่ได้ไม่สบาย ราวกับว่าเป็นการจงใจดึงดูดความสนใจของนาง“ท่านอ๋อง?”“ซู่เอ๋อ เมื่อครู่เจ้าเดินผ่านข้างกายของข้าไป” เสียงของเขาค่อนข้างทุ้มตํ่า สีหน้าอารมณ์ไม่ชัดเจนความหมายของเขาชัดเจนมากแล้ว เย่แจ๋หยิ่งกำลังพูดว่านางทำเป็นมองแล้วเมินไปไม่เห็นเขา ในแววตาที่เย็นชาเต็มไปด้วยความน้อยใจ“…….”หลานเยาเยากลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันทีหมุนตัวเดินเข้าไป พยุงแขนของเขาดึงเขาเดินไปพร้อมกัน“เมื่อครู่ข้ากำลังคิดเรื่องบางอย่าง เกี่ยวกับเรื่องการสร้างเรือแห่งความสิ้นหวังอีกครั้งของหานแส…….”จากนั้นเดินไปพลาง นางก็ได้เอาข่าวสารเมื่อครู่ที่รู้จากปากของซาหมั่นเฉิงบอกให้เย่แจ๋หยิ่งฟังอย่างละเอียด เห็นสีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ แต่2
ทว่าเคลื่อนแขนที่นางพยุงอยู่ลง จากนั้นใช้มือของตัวเองจับมือของนางไว้แน่น สิบนิ้วประสานกัน จับกันแนบแน่น“ท่านอ๋อง!”“ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าตลอด ไม่ว่าเป็นหรือตาย ก็จะไม่ปล่อยมืออีก” เย่แจ๋หยิ่งจ้