องดูป้ายศิลาเงียบๆ ริมฝีปากบางๆเปิดขึ้นเล็กน้อย“ซู่เอ๋อ นี่คือคนรู้จักที่สนิทของข้าท่านหนึ่ง และเป็นอาจารย์ของข้า ตอนเด็กๆเขาสอนข้าให้รู้ปรัชญาชีวิตมากมาย ยิ่งใหญ่ไปจนถึงเรื่องสำคัญของประเทศ เล็กน้อยไปถึงเรื่องทั่วๆเล็กๆน้อยๆที่ไม่สำคัญ7
ต่อจากนั้น เขาบอกว่าเขาไม่มีอะไรสามารถแอบสอนข้าได้แล้ว ด้วยเหตุนี้ เขาบอกความลับของสมบัติของราชวงศ์เก่าแก่ข้า ให้ข้าไตร่ตรองค่ายกลให้ทะลุปรุโปร่งด้วยตนเอง หลังจากนั้นเขาก็จากไปอย่างรีบร้อน ตั้งแต่นั้นก็ไม่มีข่าวคราวอีกข้ายังคิดว่าเขาเบื่อหน่ายทางโลกทุกวันนี้เป็นที่สุดแล้ว คิดหาสถานที่ที่สงบ ใช้ชีวิตอย่างราบเรียบง่ายดายแต่พอโตแล้วเพิ่งจะได้รู้จากปากของคนสนิทของเขาที่หนีรอดจากความตายท่านหนึ่งว่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากใช้ชีวิตแบบที่เขาต้องการ แต่ถูกคนจับไปบีบคั้นถามถึงเบาะแสของสมบัติราชวงศ์เก่า มีชีวิตเหมือนตายทั้งเป็นข้าตัดสินใจหาเบาะแสของเขา แม้ว่าจะเหลือเพียงโครงกระดูก ก็ต้องการช่วยเขากลับมาหลังจากหาพบแล้ว ระหว่างที่รีบไปช่วยเขา กลับมีคนอื่นช่วยไปก่อนแล้วก้าวหนึ่งแต่เขาเกรงว่าจะทำให้ข้าลำบาก ไม่ยินยอมพบกับข้าอีก แม้ว่าจะทำเป็นคนแปลกหน้าเมื่อพบแต่ถึงเป็นเช่นนี้ เขายังคงปฏิบัติตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบิดาบังเกิดเกล้ารวบรวมบุคคลในสังกัดเก่าๆ จัดการบริหารอิทธิพล ก็เพื่อช่วยข้าอีกแรงหนึ่ง แย่งชิงสิ่งของที่เดิมทีควรจะเป็นของข้าแต่ข้าเพื่อความปรารถนาส่วนตัว