ต่เป็นมองไปรอบๆ สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกในพริบตา “อาส้ง นี่คือที่ไหน?”เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ทางไปสำนักหงอี“ทางไปสำนักป๋ายอีขอรับ “ อาส้งตอบอย่างมั่นใจ ไม่มีความผิดปกติแม้สักน้อยป๋าย、สำนักป๋ายอี?บ้าอะไร?หลานเยาเยาตีหัวทันที ปวดสมองส้งเย่นกุยมาเมืองหลวงครั้งแรก แม้แต่เมืองหลวงก็ล้วนไม่ค่อยคุ้นเคยนัก ยิ่งไปกว่านั้นสำนักหงอีลึกลับเป็นอย่างมาก เขาหาไม่พบสามารถเข้าใจได้ เพียงแต่นางเคยบอกเขาเอง คือสำนักหงอี สำนักหงอีไงนี่นางขมวดคิ้ว หัวเราะเบาๆ“เอาเถอะ! เดินตามข้า ข้ารู้จักทาง” ตอนนี้เรื่องสำคัญเร่งด่วน เรื่องวุ่นวายเล็กเหล่านี้นางไม่คิดเล็กคิดน้อยทำไมส้งเย่นกุยรู้สึกว่าเจ้านายของตัวเองหัวเราะอย่างฝืนใจเป็นอย่างมาก ขณะพูดจาเหมือนกับว่ายังจะกัดฟันอีก1282
หลานเยาเยาเดินออกจากศาลา ความคิดค่อนข้างงงงวยในพริบตาหากว่านางเดาไม่ผิด ที่นี่คือศาลาแห่งหนึ่งด้านนอกประตูทางทิศเหนือของเมืองหลวง และสำนักหงอีของนางต้องไปจากทางประตูทางทิศใต้ของเมืองหลวง การเดินทางนี้ก็ชั่งแตกต่างกันมากเกินไปแล้วนะ?เย่แจ๋หยิ่งเดินมาจากทางด้านหลัง หยุดลงข้างกายของนาง“ทางไม่ถูก?”เมื่อพูดคำพูดนี้ ได้แฉลบตัวไปอยู่อีกด้านของหลานเยาเยาแล้ว ส้งเย่นกุยพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้กับเย่แจ๋หยิ่งเป็นที่สุด รีบหูตั้งทันทีจากหลักการ ความแม่นยำในการนำทางของเขาคือแปดถึงเก้าส่วนในสิบตอนนี้เห็นท่าทางการแสดงออกของเจ้านายตัวเองค่อนข้างลำบากใจ