างด้านหลังอย่างเกียจคร้าน“ร่างกายข้าได้รับบาดเจ็บหนัก ร่างกายอ่อนแอ ตาสองข้างมองไม่เห็น นี่พอว่า ยังจะไม่จวนอีก ถูกคนบางคนบังคับให้ลงนามสัญญาขายตัว ก็น่าสงสารเป็นที่สุดแล้วกลับคิดไม่ถึง ไม่มีน่าสงสารเป็นที่สุด มีเพียงน่าสงสารยิ่งกว่า ตอนนี้แม้แต่หมอข้างกายของข้าก็ต้องการจากข้าไปแล้ว ให้ข้าจมนํ้าตายอยู่ที่นี่ผู้เดียว หรือโดดเดี่ยวจนแก่ตาย จิตใจคนบางคนทนได้อย่างไร?”“…….” นี่อะไรกับอะไร?เย่แจ๋หยิ่งเสียสติไปแล้วแน่ๆ ไปเรียนของมั่วซั่วเหล่านี้มาจากที่ไหนกัน?เมื่อก่อนไม่ใช่ว่าเขาขี้เกียจจะพูดไร้สาระแค่คำหนึ่งหรือ?ตอนนี้คำหวานที่เชื่อไม่ได้นี้ เปิดปากก็พูดออกมา เหมือนกับตอนที่นางพูดโกหกคนเป็นที่สุดแต่นางไม่มีทางอื่น ทำได้เพียงแอบกัดฟันเองแต่ แอบกัดฟันเองก็เป็นเรื่องแอบกัดฟันเอง อย่างไรหลานเยาเยาก็หยุดฝีเท้าลงแล้ว แล้วหมุนตัวลงนํ้ามาถึงข้างกายของเย่แจ๋หยิ่งอย่างเชื่อฟัง1228
“หนานซู่ เจ้าตัดใจไปจากข้าไม่ได้จริงๆ”หลานเยาเยามองเย่แจ๋หยิ่งแวบหนึ่ง ปิดเลี่ยงคำพูดจาที่แฝงการหยอกล้อของเขาอย่างอัตโนมัติมองดูเตียงสระผมที่เรียบง่ายที่วางอยู่ในสระ นางพยายามทำเสียงอ่อนนุ่ม“เชื่อฟังไปนอนด้านบน ข้าช่วยท่านสระผม”“ข้าอยากอาบนํ้าก่อนอย่างกะทันหัน กางเกงนี้ค่อนข้างรุงรัง ไม่เช่นนั้น หนานซู่เจ้าช่วยข้า?”เฮ้อ……เมื่อคำพูดนี้ออกไปหลานเยาเยาสงบจิตใจลงแล้ว กระโดดด้วยความรวดเร็วอย่างกะทันหันอีก แก้มก็แดงกํ่าอย่างร