หลังจากนั้นครึ่งชั่วยามด้านหน้าหอเฟิ่งหวง ผู้หญิงคนหนึ่งสวมหมวก รอบๆด้านข้างมีผ้าบางห้อยตรงลงมา คลุมทั้งคนไว้ นางเดินอย่างรีบร้อน ไม่เห็นสีหน้าแม้ว่าจะเหน็บหนาว สวมชุดหรูหราที่มีความหนา แต่มองออกไม่ยาก ร่างกายของหญิงผู้นั้นผอมเพรียว เป็นหญิงสาวที่อายุไม่ถึงยี่สิบปีมองดูแถบกระดาษที่ปิดประตูใหญ่หอเฟิ่งหวงไร้การแตะต้อง ในใจของนางก็ไม่สามารถซ่อนความเหงาหงอยได้ทำไมเขายังไม่มา?ทั้งๆที่ฮ่องเต้องค์ใหม่เห็นหอนี้แล้ว มองเข้าไปในตาก็หลงใหล ทันทีที่เห็นก็มองหอนี้เป็นเทพธิดาที่ขอพรเพื่อปราชาชนหรือว่าหอเฟิ่งหวงสีแดงเลือดที่นางทุ่มเทใจสร้างสรรค์ไม่เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจคน?เวลานี้ กลางอากาศมีความเคลื่อนไหวในไม่ช้าก็มีคนผู้หนึ่งท่าทางเหมือนองครักษ์ปรากฏตัวต่อหน้าหญิงผู้นั้น องครักษ์ทำมือเคารพ“คุณหนู”ผู้หญิงถาม : “สืบถามเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”“รายงานคุณหนู อ๋องเย่ไม่เคยมาเลยขอรับ แต่กลับมีคุณชายสองคนมาสอบถามข่าวคราวของคนครอบครัวขุนนางขอรับ”1142
ได้ยินดังนั้น หญิงสาวขยับยิ้มเล็กน้อย ถามทันที : “สองคนนั่นเป็นคนของจวนอ๋องเย่หรือไม่?”“ดูลักษณะล้วนไม่คุ้นเคยขอรับ รัศมีไม่ธรรมดา แตกต่างจากคนของจวนอ๋องเย่ขอรับ” องครักษ์ตอบตามความจริงคำตอบนี้ทำให้ใจของหญิงสาวเกิดความไม่พอใจ นางเปล่งเสียงไม่พอใจอย่างเย็นชาเสียงหนึ่ง มองดูองครักษ์ด้วยสีหน้าเฉยเมย“เช่นนั้นก็ไปสืบ ต้องสืบคนออกมาให้ได้”วางแผนมานานขนาดนี้แล้ว เ