ยาเยาก็พยักหน้า ย้ายมือที่อยู่บนไหล่เขาออกไป จากนั้นก็หมุนตัวมาพูดกับทุกคน“ทุกคนนับของดูเสียหน่อยและวางแยกกัน ผู้ที่บาดเจ็บเดินไม่ได้ก็ขี่ม้า ผู้บาดเจ็บนั้นเยอะ หากเดินได้ก็พยายามเดิน อีก15นาทีพวกเราจะออกเดินทาง”ยังไม่ทันสิ้นเสียง สายตาของหลานเยาเยาก็หยุดนิ่งรูปปั้นหินทารกยักษ์หลับนอนขนาดใหญ่ตรงหน้านาง ห่างไปจากเนินทรายที่นางอยู่ไม่ถึงสองร้อยเมตร สีทั้งตัวนั้นเหมือนกับทะเลทราย ทั้งหมดเป็นสีดินโคลน แต่อ่อนกว่าสีของทรายเหลืองเล็กน้อยก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้เห็นทารกยักษ์หลับนอนมาก่อน ก็คิดมาตลอดว่าเป็นรูปปั้นทารกยักษ์ที่คนสร้างขึ้น พอได้มาเห็นกับตาถึงรู้ว่า มันก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติ หลับสนิทอยู่กลางทะเลทรายกะด้วยสายตา รูปปั้นหินทารกยักษ์หลับนอนนี้น่าจะสูงประมาณ5เมตร กว้างประมาณ7-8เมตร ยาวอย่างน้อยที่สุดก็เกือบจะ20เมตร714
ทั้งตัวเป็นหินสีเหลือง ท่าทางการเคลื่อนไหวประสานกันมาก แม้แต่ปากเล็กเชอร์รี่ที่ดูมุ่ยๆเล็กน้อย กับขนตาที่โค้งงอน ก็ต่างดูเหมือนจริงมาก แม้แต่รอยยับของผ้าบนตัวทารก ก็ดูเป็นธรรมชาติกลมกลืนมากเดิมทีไม่อยากมาที่นี่ คิดไม่ถึงว่ามรสุมจะพัดเอาพวกเขามาที่นี่……นี่สวรรค์กลั่นแกล้งหรือ?แค่เคลื่อนไหวเล็กน้อย ก็มีลมเบาๆพัดผ่านหน้า มองเส้นผมที่ติดอยู่บนหน้า ถูกลมเบาๆพัดปลิว หลานเยาเยาก็ขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อมองไปยังทุกคนที่ต่างยืนขึ้นจัดเก็บของ ตรวจสอบ อาการบาดเจ็บ แต่ก็ไม่เห็นว่าเสื้อคลุมแ