้วยรอยยิ้มทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาข้างกายเบาๆ นํ้าเสียงเย็นชาดังขึ้นข้างหูนาง:“เจ้าสำนัก ท่านลืมไปหรือเปล่า ว่ายังมีข้าอีกคนอยู่?กระหม่อมกระหายจนเห็นแต่ดาวสีทองเต็มไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่เห็นท่านส่งนํ้ามาให้ข้าดื่ม”ยู่หลิวซูรู้สึกเสียใจเมื่อครู่เขาไม่ได้สังเกตว่าที่เอวของหลานเยาเยามีนํ้าแขวนอยู่ พอดีใจก็พูดกับนางไม่หยุดจนลืมพูดว่าอยากดื่มนํ้าคิดไม่ถึงว่า พอเจอตาเฒ่าเย่น หลานเยาเยาจะดีใจ รีบหยิบเอานํ้าให้เขากิน จึงรู้สึกว่าตนเองนั้นถูกทอดทิ้ง และรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้สำคัญขนาดนั้นอารมณ์เขาจึงไม่ดีมากๆเอ่อ……ก่อนหน้านี้เห็นยู่หลิวซูกระปรี้กระเปร่า พูดคุยกับนางท่าทางไม่เหมือนหิวนํ้า นางเองก็ลืมไป“แค่กๆ!” นางพูดออกมา709
มีความอายอยู่ในนั้นเล็กน้อย แต่ใบหน้าก็ยังมองเขาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก“ข้าก็เห็นว่าสีหน้าของเจ้ายังมีเลือดฝาดมันวาว แข็งแรงมีชีวิตชีวาราวกับวัวไม่ได้มีท่าทางเหมือนกับกระหายนํ้าเลยเจ้าดูตาเฒ่าเย่นอีกที หลังก็ค่อม สกปรกไปทั้งตัว ท่าทางเหมือนจะตาย ดูน่าเวทนามาก ข้าจึงให้เขาดื่มนํ้าเพื่อต่อชีวิต”นี่คือคำพูดปลอบ?ทำไมพอพูดออกมา ก็ล่วงเกินไปถึงสองคนเลยหล่ะ?ความโกรธของตาเฒ่าเย่นนั้น เพิ่งดื่มนํ้าไปสองอึก กานํ้าที่ถืออยู่นั้น เหมือนจะอยากปาไปที่พื้น แต่ก็ทำไม่ลง ก็ต้องแอบอดทนเอาไว้สีหน้าของยู่หลิวซูก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นสิ่งที่เจ้าสำนักพูดเขาไม่อยากฟังนัก สรุปแล้วนี่มันเป็นการชมเขา