“ท่านเป็นคนได้เปรียบ ข้าจะทำให้ท่านโกรธได้เช่นไร?”นํ้าเสียงสงบสบายและโอนอ่อนของหลานเยาเยา ทั้งยังแฝงด้วยเสน่ห์เล็กน้อย นี่เห็นได้ชัดว่าหลานเยาเยาจงใจทำนํ้าเสียงให้อ่อนโยนเท่านั้นแต่เขาก็สังเกตได้ถึงความผิดปกติ รีบลุกขึ้นทันที“เยาเยา ข้าไม่สามารถอยู่นานเกินได้ ต้องกลับไปแล้ว”พูดพลาง เย่แจ๋หยิ่งก็เตรียมจะลุกขึ้น เพียงแต่โดนหลานเยาเยากดกลับไปบนเก้าอี้อย่างกะทันหัน“ไม่ว่าอย่างไรก็ออกมาแล้ว เวลานี้ก็ไม่ต้องรีบ ท่านนั่งดีๆให้ข้า ข้าไปต้มของมาให้ท่านกิน ท่านรอข้าจะเป็นการดีที่สุด หากว่ากลับมาไม่เห็นท่าน หลังจากนี้ท่านก็ไม่ต้องมาแล้ว”เผชิญหน้ากับคำพูดข่มขู่ของหลานเยาเยา เย่แจ๋หยิ่งพยักหน้าอย่างจนปัญญา“ได้ จะไม่ไป!”เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วยามซุปเนื้อไก่โก๋วจี้ชามหนึ่งหอมหวนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา“รอนานแล้วล่ะสิ?” หลานเยาเยามองหน้าเขาแล้วถาม“พอใช้ได้!” เย่แจ๋หยิ่งตอบอย่างตั้งใจมาก“พอใช้ได้? เช่นนั้นความหมายคือใช่หรือว่ารอนานแล้วสินะ?” นางถามอีกเย่แจ๋หยิ่งเข้าใจทันที รีบเปลี่ยนคำ : “ไม่ เยาเยาทำเลี้ยงให้โดยเฉพาะ นานเท่าไหร่ข้าก็ยอมรอ”381
คราวนี้หลานเยาเยาจึงพยักหน้าด้วยความพอใจ“ข้าทำอาหารมาให้ท่านสองอย่าง นี่คืออาหารอย่างที่หนึ่ง รอกินอันนี้เสร็จ ค่อยให้ท่านกินอาหารอย่างที่สอง”นํ้าเสียงไพเราะน่าฟัง ชายตามองด้วยรอยยิ้ม หากว่าเย่แจ๋หยิ่งยังไม่ลงมือดื่มซุปท่าทางเช่นนั้นของนางราวกับว่าต้องการจะป้อนเข