าด้วยมือตัวเองแล้วเย่แจ๋หยิ่งมองนางด้วยความสงสัย เขามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีชนิดหนึ่งแต่ไม่ได้กล่าวอะไร หยิบช้อนกินซุปทีละคำทีละคำ แววของหลานเยาเยาอมยิ้มใจกลับเย็นลงทีละนิ้วทีละนิ้วหลังจากที่พบสายตาที่รุนแรงของหลานเยาเยา เย่แจ๋หยิ่งเงยหน้า ตาทั้งสี่ประสานเข้ากับนางพอดีเพียงแค่แวบเดียว เย่แจ๋หยิ่งก็รีบเก็บสายตากลับไปทันที จากนั้นก็ก้มหน้าดื่มซุปต่อ รอจนดื่มหมด มุมปากของเขาก็มีรอยยิ้ม ยกชามเปล่าให้นางดู“ข้าดื่มหมดแล้ว”หลานเยาเยา “อืม” เสียงหนึ่ง นํ้าเสียงก่อนหน้านี้ที่อ่อนโยน เปลี่ยนเป็นเรียบๆนางยกถาดใบใหญ่ใบหนึ่ง บนถาดมีฝาครอบคลุมไว้ สุดท้ายก็วางไว้ด้านหน้าของเย่แจ๋หยิ่งอย่างระมัดระวัง ไม่มีกลิ่นหอม ไม่มีอุณหภูมิ เดาไม่ออกว่าข้างในวางอะไรเอาไว้เย่แจ๋หยิ่งค่อนข้างสงสัยเล็กน้อยเอื้อมมือไปเปิดฝา รอยยิ้มที่ปริขึ้นแข็งทื่อในพริบตา382
ที่วางอยู่กลางถาดนี้เป็นอาหารที่ไหนกัน?ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งของที่หมอต้องการใช้ ยานํ้า สิ่งของประเภทผ้าคราวนี้……ยังมีอะไรไม่เข้าใจอีก?เขาถอนหายใจ กล่าวอย่างเรียบๆ : “เยาเยา ทำไมเจ้าชั่งฉลาดเช่นนั้นนะ? อยากปิดบังก็ปิดบังไม่ได้”ยังจะปิดบัง?คิดว่าไม่ให้นางตรวจชีพจรนางก็จะไม่มีวิธีช่วยเขาตรวจร่างกายแล้ว?ไร้เดียงสา!ก็ไม่ดูว่าในสมองของนางปลูกระบบการรักษาโรคภัยไข้เจ็บชั้นสูงอะไรเอาไว้เพียงแค่ร่างกายสัมผัสโดนเขา นางก็สามารถให้ระบบการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตรวจสอบร่างกายของเขาไ