อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ซึ่งเตรียมใจรออยู่ภายในหอสมบัติเซียนมานานแล้ว ทันทีที่ถูกเรียกออกมาและได้เห็นเหล่าพี่น้องเผ่าเงือกที่คุ้นเคย ขอบตาของนางก็พลันแดงก่ำ น้ำตาเอ่อล้นด้วยความตื้นตันระคนโศกเศร้า
“พี่หญิงอวี่จี… ยายเฒ่าอวี่เหรา… พี่อวี่เลี่ย…”
“หือ?”
เนื่องจากจางอวิ๋นลอบเข้ามาในสถานะล่องหน เหล่าเงือกจึงไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ แต่เมื่อจู่ๆ อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ปรากฏกายขึ้นกลางอากาศ ทุกสายตาก็ชะงักค้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงสุดขีด
“สุ่ย… สุ่ยเอ๋อร์??”
“เจ้า… เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
เงือกสาวรูปโฉมงดงามสะพรั่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม เมื่อเห็นนาง ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วก็ยิ่งขาวซีดลงไปอีก “อย่าบอกนะว่า… เจ้าเองก็ถูกพวกมันจับตัวมาเหมือนกัน?”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์รีบส่ายหน้าปฏิเสธ “มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะพี่หญิงอวี่จี… ข้ากับท่านอาจารย์มาที่นี่เพื่อช่วยพวกท่าน!”
“ช่วย?”
อวี่จีชะงักงัน
เคร้ง!
ทันใดนั้น คมมีดที่มองไม่เห็นก็ตวัดวูบผ่านกรงเหล็กเบื้องหน้า เสียงโลหะฉีกขาดดังแสบแก้วหู ลูกกรงเหล็กกล้าที่ลงอาคมไว้แน่นหนาขาดสะบั้นราวกับกิ่งไม้แห้ง ประตูคุกพังทลายลงในพริบตา
“นี่มัน…”
อวี่จีอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง นา