ิเขา แต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มตํ่าของเย่แจ๋หยิ่งทันใด จากนั้นก็เอามือทั้งคู่วางบนหลังของนาง กอดนางไว้ในอ้อมอก ไม่ให้นางลุกขึ้น ริมฝีปากบางๆที่เย็นเล็กน้อยใกล้เข้ามาข้างหูของนางแล้วพูดเบาๆ“เยาเยา เมื่อครู่เจ้าชั่งทรงพลังนัก ทำให้ข้าตกใจแล้ว ข้ายังคิดว่าเจ้าจะบังคับขืนใจ!”เอ่อ?ไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหม?ทำให้เสี่ยวเอ้อตกใจน่ะสิ? จะทำให้เขาตกใจได้อย่างไรล่ะ?ยังจะบังคับขืนใจอีก คิดเพ้อเจ้อจริงๆ“เย่แจ๋หยิ่ง ท่านปล่อยข้า ข้ายังมีเรื่องต้องทำนะ!”นางขัดขืนไปสองสามที แต่กลับไม่หลุดออกจากแขนของเขาที่โอบล้อมนางไว้เพราะว่าเย่แจ๋หยิ่งที่โอบร่างกายของนางไว้ ยิ่งกอดนางแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าจะขยี้นางให้เข้าไปอยู่ในร่างกายของเขาเช่นนั้นในที่สุดนางก็ถอนหายใจ แล้วนอนควํ่าอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างสงบจิตสงบใจ“ก็ได้! ให้เจ้าเอาเปรียบสักครู่หนึ่ง แค่ครู่หนึ่งนะ! ห้ามได้คืบเอาศอก”คราวนี้ ริมฝีปากบางของเย่แจ๋หยิ่งยกขึ้นด้วยความพอใจ145
“ได้” ดมกลิ่นหอมที่ผมของนางเบาๆ เย่แจ๋หยิ่งมีใจพูดหลอกล้อว่า:“กลางวันแสกๆ เจ้าจะให้ข้าได้คืบเอาศอกอย่างไร? ข้าไม่อยากให้ผู้อื่นนอกจากข้า เห็นท่าทีที่เขินอายของเจ้าเยาเยา คืนนี้ข้าไปที่ตำหนักของเจ้าดีหรือไม่?”นํ้าเสียงทุ้มตํ่าที่มีแรงดึงดูดของเย่แจ๋หยิ่ง เอ่ยขึ้นข้างหูของนางครึ่งแฝงด้วยความอ้อนมีเพียงพวกเขาสองคนถึงจะฟังเข้าใจจากดวงตาสามารถเห็นได้ว่าใบหน้าของหลานเยาเยาร้อนผ่าว