เสียงสายลมพัดผ่าน
ร่างที่ก้าวเดินออกมาจากแนวป่าอีกครั้ง คือจางอวิ๋นที่สวมใส่ ‘เสื้อคลุมล่องหน’ เรียบร้อยแล้ว
ไร้ซึ่งการหยุดพัก ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปบนสะพานใหญ่ดุจวิหคเหินลม
ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจำเป็นต้องรีบยืนยันตำแหน่งและความปลอดภัยของเผ่าเงือกให้เร็วที่สุด มิอาจเสี่ยงกระทำการบุ่มบ่ามแหวกหญ้าให้งูตื่นโดยไม่จำเป็น
เมื่อเหยียบย่างขึ้นมาบนสะพาน ก็พบว่ามีค่ายกลสังหารและข้อห้าม วางดักรออยู่เพียบ
ทว่ากับดักตื้นเขินเหล่านี้… มีหรือจะรอดพ้นสายตาของ ‘เนตรสวรรค์’ ไปได้
ร่างโปร่งแสงของจางอวิ๋นพลิ้วไหวหลบหลีกค่ายกลเหล่านั้นไปตลอดทางราวกับเดินชมสวนหลังบ้าน
ไม่นานนัก ที่บริเวณกึ่งกลางสะพาน จางอวิ๋นก็มองเห็นกลุ่มคนเฝ้ายาม
ประกอบด้วยระดับหยวนอิงหนึ่งคน กับระดับจินตานอีกกว่าสิบชีวิต ยืนเรียงหน้ากระดานถืออาวุธครบมือ สีหน้าเคร่งขรึมแววตาดุดัน แผ่รังสีสังหารห้ามคนแปลกหน้าเข้าใกล้
จางอวิ๋นเพียงปรายตามองแวบหนึ่ง แล้วเลือกที่จะอ้อมผ่านพวกเขาไปดื้อๆ
ด้วยระดับจิตวิญญาณขั้นแปลงเทพของเขา ตราบใดที่ไม่จงใจเปิดเผยตัวตน ยอดฝีมือระดับหยวนอิงเหล่านี้ไม่มีทางจับสัมผัสเขาได้แม้แต่ปลายก้อย
แต่ทว่า… เหตุบังเอิญย่อมเกิดขึ้นได้เส