้? เป็นเพราะนึกถึงท่านผู้อาวุโสเมิ่งหรือ? ท่านผู้อาวุโสเมิ่งจู่ๆ ก็มาเอาอกเอาใจข้าเช่นนี้ พี่หลี่ลี่คงไม่พอใจกระมัง? ข้าควรทำอย่างไรดีเพื่อให้พี่มีความสุข?”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลี่ลี่ก็รู้ว่าเป็นเสียงจากใจจริงของหลิวเหมยเอ๋อร์ เขารู้สึกถึงความกังวลและร้อนใจของนาง จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ในใจ และคิดว่า “เด็กโง่ ที่ท่านผู้อาวุโสเมิ่งดีกับเจ้านั้น เป็นเพราะข้าช่วยเจ้าต่างหาก รายละเอียดเจ้าอาจไม่รู้ แต่เจ้าเพียงแค่รู้ว่านี่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเจ้าก็พอ ข้าจะไปคิดมากได้อย่างไร”
“ถ้าพี่หลี่ลี่ไม่คิดมาก ข้าก็วางใจแล้ว!” หลิวเหมยเอ๋อร์ตอบ
ทันใดนั้น การฝึกฝนของทั้งสองก็ถูกขัดจังหวะพร้อมกัน ทั้งคู่ลืมตาขึ้นมองหน้ากัน
“พี่หลี่ลี่ เมื่อครู่นี้เป็นท่านที่ตอบข้าใช่หรือไม่?” หลิวเหมยเอ๋อร์ถามด้วยความประหลาดใจ
หลี่ลี่รู้สาเหตุทันทีที่ลืมตาขึ้น เมื่อได้ยินคำถามของหลิวเหมยเอ๋อร์ เขาก็ยิ้มน้อยๆ แล้วพยักหน้า
“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้?” หลิวเหมยเอ๋อร์หุบปาก มองหลี่ลี่ แต่ถามในใจ ราวกับเป็นเด็กน้อยที่พบของเล่นใหม่ที่น่าสนใจ
“เพราะเจ้าฝึกฝนวิชายามราตรี” หลี่ลี่ถอนหายใจเบาๆ แล้วตอบในใจ
ก่อนที่หลิวเหมยเอ๋อร์จะถามต่อ หลี่ลี่ก็อธิบายเรื่องวิชายามราตรีและการที่สามารถสื่อสารกับตนเองได้ในใจ แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องที่สามารถล่วงรู้ความคิดของหลิวเหมยเอ๋อร์ได้
หลี่ลี่สามารถสำรวจความคิดของผู้ฝึกวิชายามราตรีไ