ศิษย์นั้นตัวคนเดียว ไร้ซึ่งครอบครัวขอรับ!”
“ไร้ครอบครัว?”
จางอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย
โจวข่านเม้มปากแน่น แววตาฉายความหม่นหมองวูบหนึ่ง “ศิษย์ถูกทิ้งขว้างตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ในความทรงจำมีเพียงท่านปู่ขอทานผู้หนึ่งที่เก็บศิษย์มาเลี้ยงดู แต่พออายุได้หกขวบ ท่านปู่ก็ล้มป่วยและจากไป… หลังจากนั้นข้าบังเอิญได้ตำราการปรุงยาเก่าคร่ำครึมาเล่มหนึ่ง จึงฝึกฝนด้วยตนเองจนพอรู้วิชา อาศัยทักษะการปรุงยาประทังชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้…”
จางอวิ๋นจ้องมองสีหน้าอันแน่วแน่และจริงใจของโจวข่าน รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมิได้โป้ปด
การที่จงใจเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังเช่นนี้ ชัดเจนว่าโจวข่านต้องการสื่อให้เขารู้ว่า ตนเองนั้นตัวคนเดียว ไร้ซึ่งภาระผูกพันใดๆ ให้ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
จางอวิ๋นมองโจวข่านอย่างลึกซึ้ง
สัมผัสได้ว่าในแววตานั้น ยังคงมีความระแวดระวังและไม่วางใจเขาหลงเหลืออยู่บ้าง
ทว่าจางอวิ๋นก็มิได้รีบร้อน
ความเชื่อใจมิใช่สิ่งที่สร้างได้ในชั่วพริบตา มันต้องค่อยๆ บ่มเพาะเฉกเช่นการปรุงโอสถ
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ สะบัดมือวูบหนึ่ง ล้วงเอาแหวนมิติวงหนึ่งออกมาโยนให้โจวข่านดื้อๆ “นี่คือสมุนไพรวิญญาณส่วนหนึ่งที่อาจารย์รวบรวมมาได