หลวงเจ็ดลี้พอดี จึงได้ถูกขนานนามว่าศาลาชีลีมีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอยู่ในศาลา สภาพผมยุ่งเหยิง สวมด้วยชุดผ้าสีเทาสวมรองเท้าเอาไว้และมีผ้าคลุมโพกหัวเอาไว้ ซึ่งมีเพียงหญิงชราในครอบครัวยากจนถึงจะแต่งกายเช่นนี้ผิวที่เผยออกมาด้านนอก ได้จงใจทาวัตถุสีเหลืองคล้ายขี้ผึ้งเอาไว้ ซึ่งนั่นทำให้นางดูแก่มากยิ่งขึ้นหญิงวัยกลางคนถือถุงสัมภาระสีดำเอาไว้ สีหน้าลุกลี้ลุกลน เท้าขยับไปมาอยู่กับพื้น สายตาจ้องมองไปยังทางเดินขึ้นเขาเป็นครั้งคราวนางกำลังรอใครบางคนอยู่แต่ก็ไม่พบเขาเสียทีในตอนนั้นเอง!มีคุณชายคนหนึ่งที่สวมชุดสีแดง พร้อมเสน่ห์อันเย้ายวนราวกับหยกเลือด เดินเข้ามาภายในศาลา นั่งลงตรงข้ามกับหญิงวัยกลางคนคนผู้นี้ก็คือหลานเยาเยาที่แต่งกายเป็นบุรุษ ในมือของนางถือเข้มเงินสามเล่มเอาไว้ พร้อมกับสะบัดมันไปมาราวกับพัดบนมือตัวเองหลานเยาเยามองไปยังหญิงวัยกลางคน ก็รับรู้ได้เลยว่านางก็คือจ้าวซื่อไม่ผิดแน่นอน1534
ส่วนจ้าวซื่อที่เมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาในศาลาก็ยิ่งระมัดระวังตัวยิ่งขึ้น และเมื่อได้เห็นรอยประทับลายดอกไม้บนหน้าของหลานเยาเยา สีหน้าของนางก็ซีดขึ้นมาทันที จึงลุกขึ้นเตรียมตัวจะเดินออกไปเสียง“ชืบ”ดังขึ้น เข็มเงินเล่มหนึ่งก็ลอยผ่านหน้าจ้าวซื่อไป สุดท้ายก็ปักลงไปยังเสาไม้แดงจ้าวซื่อตัวสั่นเทา กลับมานั่งยังที่เดิมอย่างว่าง่ายก่อนจะเอ่ยปากพูดอย่างสั่นๆ“ตัวข้านั้นเพียงเมื่อล้าจึงหยุดพัก ไม่รู้ว่าไปทำสิ่งใดให้ค