ควักหินวิญญาณจ่ายเลยสักก้อน!”
ราวกับจะเป็นเครื่องยืนยันคำพูดนั้น
โจวข่านใช้ดวงตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นจ้องมองผู้อาวุโสหกด้วยความหวังเปี่ยมล้น “ท่านผู้อาวุโสหก ข้าใคร่รู้นักว่าการไปเยือนแดนลับเซียนครานี้ ท่านได้สมุนไพรล้ำค่าติดไม้ติดมือกลับมาบ้างหรือไม่?”
ผู้อาวุโสหกส่งกระแสเสียงรายงาน “คุณชาย เห็นไหมล่ะขอรับ?”
จางอวิ๋นยักไหล่เบาๆ
มีกายาพิเศษที่ ‘ยิ่งปรุงยายิ่งเก่ง’ เช่นนี้ หากเป็นข้า ก็คงยอมหน้าด้านหน้าทนขอสมุนไพรชาวบ้านเหมือนกันนั่นแหละ
คิดได้ดังนั้น จางอวิ๋นจึงสั่งการผ่านกระแสจิต “ชวนมันคุย แล้วล่อมันไปที่ปลอดคน เอาแบบป่าทึบหรือที่เปลี่ยวๆ หน่อย!”
“ที่ปลอดคน?”
ผู้อาวุโสหกชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจเจตนาแอบแฝงของจางอวิ๋น
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงปั้นหน้าหันไปเอ่ยกับโจวข่าน “ปรมาจารย์โจว เที่ยวนี้ข้าได้ของดีมาจริงๆ นั่นแหละ แต่ที่นี่คนพลุกพล่าน เราไปคุยรายละเอียดกันที่อื่นจะดีกว่า!”
ดวงตาของโจวข่านทอประกายวาววับ พยักหน้ารัวเร็วราวกับไก่จิกข้าวสาร “ได้เลยๆๆ!!”
ผู้อาวุโสหกจึงเดินนำอีกฝ่ายมุ่งหน้าไปยังป่าเล็กๆ ที่ไร้ผู้คนบนเกาะที่ห้าทันที
โจวข่านเห็นท่าทีลับๆ ล่อๆ เช่นนั้นก็เริ่มเกิดความระแวง “ผู