างทั้งสองเชื่อว่ามันเป็นความจริงแม้ในงานวัดวันนั้น ฉินหลิงเจียวและหลินเฟยหรันก็ต่างเชิญยู่หลิวซูไปงานวัดอย่างต่อเนื่อง แต่ยู่หลิวซูไม่ได้ไป ยังคงร้องเพลงอยู่ที่ตึกฟังงิ้วตลอดทั้งวัน พวกเจ้าหน้าที่ศาลสามารถเป็นพยานได้”หลังจากเซียวจิ่นหยูพูดจบยู่หลิวซูถอนหายใจอย่างเบาๆด้วยความโล่งอกแม้ว่าเขาจะมีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลา มีผู้หญิงหลายคนล้วนแต่แสดงความรักต่อเขา แต่เขาก็ไม่เคยคลั่งไคล้หลินเฟยหรันและฉินหลิงเจียวเลย1158
ถ้าไม่ใช่เพื่อตึกฟังงิ้ว เขาไม่น่าจะมีหนทางติดต่อกับพวกนางได้!หลานเยาเยาได้ฟังดังนั้นจนจบ ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“ร้องเพลงทั้งวันเลยหรือ”“ใช่แน่นอน แม้ว่าคืนนั้นจะเป็นงานวัดที่ใหญ่โต คนส่วนมากก็ไปเที่ยวงานวัดกันหมด แต่ก็ยังมีคนส่วนน้อยที่ไม่ได้ไปแน่นอน!ในงานวัดทุกปีเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดสำหรับกิจการของตึกฟังงิ้ว แต่ไม่มีคนเลยมีแต่คนเดียว วันนั้นคนที่มาฟังการแสดง ล้วนแต่เป็นลูกค้าประจำมีทั้งเจ้าหน้าที่ศาลและขุนนาง และคนทั่วไปก็มีด้วยมีพยานเหล่านี้ ยู่หลิวซูจึงยังไม่ถูกจับกุมในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด”หลานเยาเยาไม่ได้พูดอะไรมือข้างหนึ่งถือนํ้าชาเอาไว้ มืออีกข้างหนึ่งวางไว้บนโต๊ะเตี้ย เคาะไปบ้างเป็นครั้งๆราวกับว่ากำลังคิดถึงปัญหาอยู่หลังจากนั้นไม่นาน!หลานเยาเยาก็ลุกขึ้นยืนและพูดเบาๆ “แม้ว่าจะเป็นแบบนี้ แต่ยู่หลิวซูก็ยังต้องเดินทางไปกับข้า”“เซียวซื่อจื่อ ข้าบอกไปแล้ว นางไม่มีทางเชื