ไรสิ?”หลานเยาเยาหันหน้ามามองที่เย่แจ๋หยิ่ง แต่กลับพบว่าเย่แจ๋หยิ่งได้มายืนอยู่ด้านหลังของนางนานแล้วสายตาของเย่แจ๋หยิ่งเคลื่อนจากร่างหลานเยาเยาไปยังภาพจิตรกรรมฝาผนัง พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย“รู้นิดหน่อย!”เห็นว่าความทรงจำของคนผู้นั้นไม่ได้มีมาก มากที่สุดก็คือความทรงจำในวังหิมะสำหรับอย่างอื่น ความทรงจำที่เขารู้เลือนรางมาก1041
“รู้เรื่องไหนบ้าง?”รู้ก็ยังดีกว่าไม่รู้รู้นิดหน่อยก็พูดนิดหน่อย นางมีความสงสัยต่อภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้เป็นอย่างมากในเวลานี้ เย่แจ๋หยิ่งยื่นมือไปชี้ที่หนึ่งบนภาพจิตรกรรมฝาผนัง ราวกับว่าได้กอดหลานเยาเยาไว้ครึ่งหนึ่ง นํ้าเสียงทุ้มตํ่าและมีความดึงดูดมาก“ภาพจิตรกรรมฝาผนังทั้งสี่นี้มีความเกี่ยวข้องกันกับก้อนหินก้อนนี้ หินมีชื่อเรียกว่าหินสยบมังกร เล่ากันว่า เป็นหินเปิดฟ้าปิดพื้นดินที่เหลืออยู่ ยังมีประสิทธิผลในการสยบสิ่งชั่วร้ายความจริงแล้วไม่ใช่!ที่มันสยบไม่ใช่ผีปีศาจที่ชั่วร้าย แต่เพราะเต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นมังกร ว่ากันว่ามังกรทิพย์วนเวียนอยู่ในแผ่นดินใหญ่ผืนนี้ตัวหนึ่ง หินสยบมังกรในภาพจิตรกรรมฝาผนังสี่ภาพนี้ก็ต่างแยกกันสยบศีรษะของมังกรทิพย์ ส่วนกลางกับส่วนหางสามส่วน”เมื่อเย่แจ๋หยิ่งพูดเช่นนี้หลานเยาเยาก็เหมือนกับว่าคิดออกแล้วส่วนหนึ่ง เพียงแต่ยังมีความสงสัยอีกมาก“หากว่าตำนานเป็นจริง เช่นนั้นทำไมคนที่ถือหินสยบมังกรไว้จึงต้องสยบมังกรทิพย์ตัวนี้ล่ะ? หากว่าเอาหินสยบมังก