การเกี้ยวพาราสีที่กระทันหัน ถึงกับทำให้หลานเยาเยาเสียวสันหลังวาบผู้คนนี้นี่ ในเวลาเช่นนี้ ยังจะมาทำตัวกะล่อนอีก ควรจะเพลาๆลงบ้างแล้วจากนั้น!ทั้งสองก็แบ่งหน้าที่กันคนหนึ่งหันไปบรรเลงกู่ฉิน ค่อยๆบรรเลงท่วงทำนองที่แตกต่างกันออกมาส่วนอีกคนก็ใช้พลังภายในในการเคลื่อนเตียงเปลให้เคลื่อนไป พร้อมกับมองไปยังพื้นนํ้าแข็งว่ามีกลไกอยู่หรือไม่ทุกอย่างดำเนินไปแบบนี้ผ่านไปเรื่อยๆ อย่างเชื่องช้าแต่ต่อเนื่องจนไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่แล้วโดยหลานเยาเยาได้ให้กับเย่แจ๋หยิ่งไปแล้วห้าถึงหกเข็ม แต่มันก็ยังไม่ได้ผลอะไรดังเคยในอุโมงค์แห่งนี้ ไม่มีกลางวันกลางคืน พวกเขาจึงไม่สามารถคำนวณเวลาได้หลานเยาเยาจึงต้องใช้เวลาในระบบการรักษาโรคภัยไข้เจ็บมาใช้ในการดูเวลาจนเวลาผ่านไปเป็นเวลาห้าวันแล้วพวกเขาได้ทำเครื่องหมายไว้บนผนังของช่อง ซึ่งในเวลาห้าวันพวกเขาเพิ่งจะเห็นเครื่องหมายเพียงเจ็ดครั้งเท่านั้น สิ่งนี้สามารถทำให้รู้เลยว่าเขาวงกตนี้นั้นใหญ่ขนาดไหนส่วนเสียงท่วงทำนองของกู่ฉินก็ยังคงดังอยู่เรื่อยๆ965
เย่แจ๋หยิ่งที่ตอนนี้ลมหายใจไม่คงที่ มองไปยังมือของหลานเยาเยาที่ไม่ยอมหยุดบรรเลงกู่ฉิน ความเจ็บปวดก็ปรากฏขึ้นมาในดวงตามือทั้งสองข้างของนางบวมแดงจนเลือดจะไหลออกมาแล้ว แต่นางก็ยังคงไม่หยุดบรรเลง จนใกล้จะตกอยู่ในภวังค์แล้ว“เยาเยา เจ้าหยุดบรรเลงเถอะ”เขากล่าวห้ามอีกครั้งหลานเยาเยาทำราวกับไม่ได้ยิน แล้วดีดบรรเลงเพลงต่อไ