ป นางปิดตาลง ดีดกู่ฉินไปด้วยพร้อมกับใช้สัมผัสตามภาพลวงตาไปด้วยแต่ว่า……นางรู้ว่ารู้สึกว่ากำลังจะเข้าใกล้แล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ถึงได้รู้สึกถึงการเกิดขึ้นของภาพลวงตาเพียงแวบเท่านั้นแต่แล้ว!มือเรียวยาวข้างหนึ่งก็กดสายกู่ฉินเอาไว้ แล้วเสียงเพลงก็เงียบลงหลานเยาเยาค่อยๆลืมตาขึ้น มองดูคนที่อยู่ใกล้ด้วยสีหน้าที่โมโหเล็กน้อยอย่างเย่แจ๋หยิ่งแล้ว นางก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา ก่อนจะสะบัดมือของเขาออกแล้วค่อยพูด“ข้าไม่สามารถหยุดบรรเลงได้ ข้าเกือบจะหาทางเข้าสู่ภาพลวงตาได้แล้ว ”แต่ทว่าเย่แจ๋หยิ่งดึงมือของนางขึ้นมา แล้ววางไว้ตรงหน้านางพร้อมกับพูดออกมา“เจ้าดูมือเจ้าสิ ว่ามันบวมขนาดไหนแล้ว?”966
นิ้วมือทั้งสิบทุกนิ้วทั้งแดงทั้งบวม หากยังดีดบรรเลงต่อไป ผิวของนิ้วต้องลอกออกมาเป็นแน่สิ่งนี้หลานเยาเยาก็รู้ดี แต่นางจะต้องบรรเลงเพลงต่อไปแล้ว!นางจึงได้เงยหน้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับเย่แจ๋หยิ่งด้วยสีหน้าที่ยากจะเข้าใจ“เช่นนั้นท่านสามารถที่จะผลักเตียงออกโดยไม่ใช้กำลังภายหรือไม่?”เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้น หลายวันมานี้ยังจะต้องใช้พลังภายในในการเคลื่อนเตียงอีก แล้วยังเอาแต่จ้องมองไปยังทุกที่เพื่อหากลไกอีกซึ่งเขาทำอยู่เช่นนั้นอย่างไม่ยอมหยุดหย่อนเลยพื้นนํ้าแข็งโปร่งใสและสะท้อนแสง หากจ้องเป็นเวลาอาจทำให้ตาบอดได้ตอนนี้ดวงตาของเขาแดงกํ่าไปหมด ลมหายใจไม่คงที่ แต่ก็ยังจะใช้พลังภายในเคลื่อนเตียงเปลไปเรื่อยๆอีก นางพูดผ