“นี่มัน…”ดวงตาภายใต้หน้ากากของจอมมารวายุเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง “อสูรมารเงา??”เมื่อเห็นเหล่า อสูรมารเงา ที่แผ่กลิ่นอายระดับแปลงเทพก้าวเดินออกมาจากแท่นอัญเชิญทีละตัวๆ เขาก็ถึงกับยืนนิ่งงันทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?อสูรมารเงาระดับแปลงเทพ… มากันเป็นกองทัพเลยเนี่ยนะ??สัตว์อสูรประเภท อสูรมารเงา นั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร นอกจาก จอมมารเงา ผู้ล่วงลับแล้ว จอมมารวายุก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครในแดนใต้ที่สามารถสยบมันได้มาก่อน แถมยังมาเป็นฝูงขนาดนี้……เดี๋ยวนะ… เจ้าหมอนี่พูดว่าอัญเชิญ?หรือว่า……“เป็นเจ้าเองสินะ… ที่สังหารเจ้าเงา?”สายตาของจอมมารวายุแข็งกร้าวขึ้น ไอสังหารแผ่พุ่งออกมาจากร่างจางอวิ๋นเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ “ในบรรดาสามจอมมารแห่งแดนใต้เจ้าเป็นคนที่สองที่ข้าได้เจอ เพราะฉะนั้น……”มุมปากของเขาหยักยิ้มเย็นเยียบ“จงลงไปปรับทุกข์พร้อมหน้าพร้อมตากับจอมมารเงาในนรกซะเถอะ!”“กรรรร!” “กรรรร!” …สิ้นเสียงของเขา ฝูงอสูรมารเงาที่พุ่งทะยานออกมาจากแท่นอัญเชิญก็คำรามกึกก้อง ม่านฟ้าเงาทมิฬถูกปลดปล่อยออกมาม้วนกวาดไปทั่วสารทิศ บดบังแสงตะวันจนมืดมิด