ดังนั้นจึงคิดจะพูดความจริงแต่คิดไม่ถึง……“เข้ามาเถอะ!”เย่แจ๋หยิ่งเก็บสายตา หันหลังแล้วเดิน โหลวเย่วโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง รีบตามเข้าไปจากนั้นทั้งสองก็นั่งตรงข้ามกัน742
โหลวเย่วเอาข้าวต้มวางไว้ด้านหน้าเขา พูดอย่างระมัดระวัง : “เสด็จอา ท่านกินตอนยังร้อนเถอะเพคะ!”“อืม:”เย่แจ๋หยิ่งหยิบช้อนแล้วตักขึ้นกินไปช้อนหนึ่งหลังจากที่ชิมรสชาติ มือของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นมุมปากก็ผุดรอยยิ้มที่ไม่สามารถสังเกตได้ขึ้นในไม่ช้า ข้าวต้มถ้วยหนึ่งก็ถูกกินจนหมดเย่แจ๋หยิ่งวางช้อนลง มองไปทางโหลวเย่ว พูดด้วยนํ้าเสียงเฉยเมย :“จาวหยาง สองสามวันนี้เจ้าก็อยู่ที่ตำหนักเทพธิดา ถึงเวลาค่อยกลับจวนไปพร้อมข้า” หลังจากที่เห็นโหลวเย่วยิ้มขึ้นมา เขาก็พูดขึ้นอีก “ในช่วงเวลาที่อยู่ที่ตำหนักเทพธิดา เจ้าต้องต้มข้าวต้มให้ข้าทั้งเช้าและเย็น”เมื่อได้ยินว่าต้มข้าวต้ม สีหน้าของโหลวเย่วก็หงอยไปทันทีสวรรค์ล่ะ!นางทำไม่เป็น!เช่นนี้จะให้นางต้มอย่างไร?“เสด็จ เสด็จอา……” นางกลืนนํ้าลายอย่างยากลำบาก“ทำไม? ข้าวต้มนี้ไม่ใช่ว่าเจ้าต้มเองกับมือหรอกหรือ?” เย่แจ๋หยิ่งหรี่ตาลงนํ้าเสียงที่มีเสน่ห์เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที“อันนี้……”743
“จำไว้ รสชาติของข้าวต้มต้องเหมือนกัน” ไม่ได้มีโอกาสให้นางได้พูดเลยสักนิดเมื่อคำพูดนี้หลุดออกไป!โหลวเย่วรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า คนทั้งคนแข็งทื่อเฉกเช่นหินสลัก“ออกไปเถอะ!”หลังจากที่โหลวเย่วเดินออกไปอย่างทื่อๆ เย่แจ๋หยิ่งก็ใ