ดาใช้มือของนางซ้อนทับบนมือของเขาอย่างแม่นยำไม่มีคลาดเคลื่อนที่ตรงนั้น ดูเหมือนจะยังทิ้งร่องรอยของสัมผัสอันนุ่มละมุน เบาบางเหลือตกค้างเอาไว้……หลังจากนั้น มุมปากของเขา ก็ปรากฏขึ้นเป็นรอยยิ้มเขายืนอยู่อย่างเงียบงันเพียงครู่ ก่อนจะหันกายจากไปหลังจากที่เขาจากไปแล้วห่างออกไปไม่ไกล บนต้นไม้เก่าแก่ที่เขียวชอุ่มเป็นพุ่มพฤกษ์ พลันปรากฏเงาร่างสีดำขึ้นร่างหนึ่งคนผู้นั้นสวมเสื้อคลุมสีดำขลิบทอง เสียงลมหายใจที่เปล่งออกมา ฟังดูหนักหน่วงรุนแรงดวงตาที่เยือกเย็นราวหิมะ เอาแต่จ้องมองไปยังสถานที่ที่หลานเยาเยา และเย่หลีเฉินยืนอยู่เมื่อครู่นี้อย่างเย็นชาส่วนมือที่อยู่ในแขนเสื้อของเขา ก็กำเป็นหมัดจนแน่น เส้นเลือดใต้ผิวเนื้อของเขาผุดโปนขึ้นมาราวจะระเบิดได้ทุกเมื่อ…..690
——หลานเยาเยาที่กลับไปถึงตำหนักเทพธิดา กระโจนพรวดเดียวเข้าไปในห้องนอนกอดพิณจิ่วเซียวหวงเพ่ยไว้ในอ้อมแขน และเริ่มคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองแต่สิ่งที่แปลกก็คือ ไม่ว่านางจะคิดครวญไตร่ตรองอย่างไร กระทั่งบรรเลงบทเพลงซุ่มโจมตีจากทั้งสิบทิศ ซํ้าไปมาอีกหลายต่อหลายรอบ ก็กลับไม่อาจรู้สึกได้ถึงอารมณ์ใด ๆ ขึ้นมาเลยแปลกยิ่งนัก ?เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้?ก่อนหน้านี้ที่อยู่ในสนามม้าของราชสำนัก เมื่อบรรเลงเพลงซุ่มโจมตีจากทั้งสิบทิศก็เห็นอยู่ชัดๆว่าฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ล้วนจมดิ่ง ตกอยู่ในภวังค์อันเป็นโลกส่วนตัวของตัวเองกันจนสิ้นนางเองก็ยังได้เห็นภาพบางอย่าง ที่ทำให้นา