จากนั้นเย่แจ๋หยิ่งมองไปคานของจวน สายตามีแววฉงน จากนั้นก็ฮึมฮัมเบาๆหนึ่งเสียงแล้วก็สะบัดแขนเสื้อจากไปหลานเยาเยาที่กำหมัดไว้แน่น สายตาเปลี่ยนเป็นแหลมคมอย่างฉับพลันนางมองโม่เหลียงเฉินด้วยสายตาเย็นชาทันที เอ่ยเสียงเย็นว่า“เจ้าช่างซุกซนยิ่งนัก”โม่เหลียงเฉินเป็นเพื่อนที่รู้ใจเย่แจ๋หยิ่งมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังเป็นทั้งมือซ้ายขวาที่ทรงพลังของเย่แจ๋หยิ่ง เขามีความรู้มากมาย กลยุทธ์แพรวพราวเย่แจ๋หยิ่งนั้นเย่อหยิ่งทะนงตน ไม่เห็นสิ่งใดอยู่ในสายตา แน่นอนว่าคงไม่ใช้วิธีการเช่นนี้คนที่ทำให้เย่แจ๋หยิ่งบิดเบือนความจริงเพื่อมาหารือ และยังหน้าด้านหน้าทนจะอยู่ที่จวนนาง คงเป็นความคิดของโม่เหลียงเฉินแน่นอนพอปะทะเข้ากับสายตาเย็นชาของหลานเยาเยา ทันใดนั้นโม่เหลียงเฉินก็มีเหงื่อเย็นไหลท่วมตัวไม่ได้การ อยู่ที่ห้องอาหารคนเดียวไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนักเทพธิดาที่อยู่ตรงหน้าช่างอันตรายนักใจเขารู้สึกตื่นตระหนก600
และแล้ว เขารีบมองไปยังเย่แจ๋หยิ่งที่เดินไปไกลแล้ว อดไม่ได้ที่จะกระแอมในลำคอจากนั้นก็กระแอมอีกความคิดเสี่ยงตายเช่นนี้ไม่ใช่เขาเป็นคนคิดนี่ล้วนเป็นความต้องการของเย่แจ๋หยิ่ง เขาถูกใช้เพื่อเป็นโล่บังหน้าเท่านั้นสุดท้ายทำได้เพียงกล่าวอย่างประจบสอพลอว่า“ไม่ซนไม่ซน ข้าน้อยขอลา ขอลา ”เขาไม่มีความกล้าที่จะอยู่ลำพังคนเดียว พูดจบก็วิ่งหนีหายไปแล้ว“……”เห็นผีหรืออย่างไรหลานเยาเยาค่อยๆคลายมือที่กำหมัดออก หยิบกระดาษและจดหม