เพียงพริบตาเดียว ความโศกเศร้าของแววตาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย“ใช่แล้วจ้ะ! ที่ข้านี้มีกู่ฉินชั้นดีที่ได้เก็บรักษามาเนิ่นนาน หาได้ยากที่พวกท่านจะคุ้นเคยกับความสง่างามนี้ เดี๋ยวข้าจะสั่งให้คนไปนำมา”ไทเฮายังคงยิ้มอย่างโอบอ้อมอารี เพียงแต่ว่ารอบยิ้มบนใบหน้านั้นมันเยอะเกินไปหน่อยเมื่อพูดจบนางก็ให้แม่นมที่อยู่ด้านหลังนางไปนำกู่ฉิน ไม่ช้า กู่ฉินก็มาถึงทุกคนไม่มีใครเคยเห็นกู่ฉินที่ไทเฮาได้เก็บรักษาไว้ว่ามีลักษณะเป็นเช่นไร?แต่ละคนต่างก็อยากรู้อยากเห็น!ได้ยินมาแต่ว่ามีคนอื่นให้เป็นของขวัญ หากฮ่องเต้ไม่บอก พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าแม่ผู้ให้กำเนิดพราชายาเย่เป็นคนให้มาที่ยิ่งไปกว่านั้น!หลังจากที่ไทเฮาได้รับกู่ฉินตัวนี้ ก็ไม่เคยเอาออกมาเล่นเลยด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนไม่เคยได้เห็นแต่เมื่อกู่ฉินได้ปรากฏต่อหน้าทุกๆคน ผู้คนก็ต่างตกตะลึงพวกเขาไม่เคยได้เห็นกู่ฉินที่งดงามถึงเพียงนี้มาก่อน!รูปทรงของกู่ฉิน: เป็นหัวมน ทรงด้านข้างทั้งสองโค้งเข้าด้านใน ทำออกมาได้ไร้ที่ติ494
นอกจากนี้ยังทำด้านบนด้วยไม้อู่ถง มีไม้สนจีนเป็นฐาน ทาสีม่วงทั่วทั้งตัว……มีคนจำกู่ฉินตัวนี้ได้“มันคือพิณกู่ฉินจื่อหลิง!”“โอ้พระเจ้า เป็นพิณกู่ฉินจื่อหลิงจริงๆด้วย”“ได้ยินว่าพิณกู่ฉินจื่อหลิงเป็นกู่ฉินชั้นดีอันลํ้าค่า ซึ่งสูญหายไปนานมากแล้ว ไม่คิดเลยว่าไทเฮาจะเป็นคนที่เก็บรักษาไว้”ในขณะที่ทุกคนต่างฮือฮากันเรื่องนี้ ต่างพากันประหลาดใจแ