ำลังที่นางมีอาจจะเป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงแต่หลินเฟยหรันไม่นึกเลยว่าจะมาโชคร้าย หรือว่านางจะเอาแต่ใจตัวเองเกินไป?เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ไท่ฟู่ก็รีบคารวะพร้อมพูดว่า: “เทพธิดา สาวน้อยยังเยาว์วัยนักไม่รู้เรื่องรู้ราว ขอประทานอภัยด้วยขอรับ หลังจากกลับไปแล้ว ข้าจักตักเตือนอย่างเข้มงวด”“ก็สมควรจะตักเตือนให้เข้มงวด!”หลานเยาเยาเล่นกับกริชในมืออย่างไม่แยแส จากนั้นก็ลูบหัวของสวนหยู่อย่างแผ่วเบา เดินมาด้านหน้าของสวนหยู่ ไม่กี่ก้าวก็มาถึงข้างกายหลินเฟยหรันเมื่อเห็นว่านางหลบสายตา มีทีท่าเกรงกลัว จึงยกมุมปากขึ้น471
จากนั้นไม่ถึงหนึ่งวิเมื่อหลานเยาเยาขยับ มีดก็หลุดมือไปในพริบตายังไม่ทันเห็นกริชออกจากฝัก กริชก็หวนคืนกลับไปเสียแล้ว อีกทั้งผมตรงคอของหลินเฟยหรันก็หล่นลงมากองอยู่ที่พื้น………หลินเฟยหรันที่คิดว่าจะถูกตัดคอ ก็หวาดกลัวจนหน้าซีดเซียว ปากสั่นพับๆๆถอยหลังไปได้สองสามก้าว ก็ล้มลงบนพื้น“พ่อ……พ่อ ช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากตาย……”เมื่อทุกคนเห็นเช่นนี้ บรรยากาศก็เงียบงัน“หากมีคราวหน้าอีกละก็ ข้าจะไม่ออมมืออีก”นํ้าเสียงอันเรียบนิ่งเอ่ยออกมา ดั่งกับว่าคนที่ลงมือมิใช่นางซะอย่างนั้น รอยยิ้มที่น่าหลงใหลยังคงปรากฏอยู่เรื่อยมา“โปรดเทพธิดาจงวางใจ ข้าจักตักเตือนนางให้เป็นอย่างดี จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแน่นอนขอรับ” ไท่ฟู่พูดอย่างหนักแน่น“หึ!”หลานเยาเยาส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชากวาดสายตามองผู้คนอย่างไม่ใยดี ทุกคนที่ถูกสายต