ิบดีถึงเพียงนี้!”เพื่อคลายความอับอาย เย่หลีเฉินก็เปล่งเสียงอีกครั้ง ครั้งนี้ม้าพันธุ์ดีของเขาก็กล้าที่จะเดินถึงไปสองสามก้าวแล้ว แต่ที่สุดแล้วก็ยังไม่กล้าไปยืนในระนาบเดียวกับสวนหยู่“อืม มีไหวพริบดีจริงๆ เพียงแต่นิสัยไม่ดี ขอองค์ชายรัชทายาทอย่าได้ถือโทษ”“ไม่เป็นไร! ม้าเหงื่อโลหิตนี้เป็นม้าวิเศษ ย่อมไม่ยอมที่จะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ไปพร้อมกับม้าพันธุ์ดีปกติเป็นธรรมดาม้าวิเศษต้องคู่กับคนที่มีพลังที่วิเศษเป็นธรรมชาติ เทพธิดาสามารถทำให้ม้าวิเศษเชื่องได้ ย่อมเป็นผู้วิเศษ ข้ามีอะไรจะต้องถือโทษกัน?”เย่หลีเฉินต้องรู้จักม้าของเทพธิดาอยู่แล้ว นั่นเป็นม้าเหงื่อโลหิตที่สุดแสนจะหายากและแม้ว่าม้าของเขาก็หายากมากเช่นกัน แต่กลับไม่ได้ลํ้าค่าเท่าม้าเหงื่อโลหิตพันธุ์นี้445
ดังนั้น ม้าของเขาจึงได้กลัวสวนหยู่ของเทพธิดา และก็เป็นธรรมดาเพราะว่าม้าเหงื่อโลหิตพันธุ์แท้นี้นิสัยโอหังหยิ่งผยอง และคนธรรมดาก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ผู้ที่สามารถทำให้ม้าเหงื่อโลหิตพันธุ์นี้เชื่องได้นั้นก็ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอนดังนั้นม้าเหงื่อโลหิตเลือกเทพธิดา ก็เป็นธรรมดาแต่แม้จะเป็นเช่นนี้ เขาก็ยังรู้สึกอับอายไม่ว่าอย่างไรก็ตาม!ม้าของเขาก็เข้มแข็งและซื่อตรง คิดไม่ถึงว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าม้าเหงื่อโลหิตจะเกิดความหวาดกลัว“องค์ชายรัชทายาทเป็นคนใจกว้าง เป็นโชคดีของปราชาชน”เย่หลีเฉินที่เป็นเช่นนี้กลับทำให้หลานเยาเยาเกิดความสงสัยแตกต่างกับเย่หล