จึงได้เหาะขึ้นไปบนหลังคาอีกครั้ง ก็เห็นตาใหญ่ฮัมเพลงไปพลาง จัดการกระเบื้องที่ละชิ้นให้เรียบร้อยไปพลาง“……”—ทางด้านหลานเยาเยานี้ด้วยกลัวว่าตาใหญ่จะทำลายจวนของนาง ดังนั้นจึงส่งให้จื่อซีไปปลอบให้เขาสบายใจ จากนั้นก็พาจื่อเฟิงมุ่งไปหลังลานนอกกำแพงรั้วเมื่อปีนข้ามกำแพงไป ก็เห็นม้าสีนํ้าตาลแดงที่รูปร่างแข็งแรงบึกบึนถูกล่ามไว้ข้างต้นไม้ใหญ่ มีชายรูปร่างกำยำผู้หนึ่งถือมีดด้ามใหญ่เฝ้าอยู่ด้านข้าง434
มันเป็นม้าเหงื่อโลหิต ชื่อว่าสวนหยู่ในแผ่นดินใหญ่นี้ ม้าเหงื่อโลหิตได้รับการยกย่องว่าเป็นม้าแห่งสวรรค์ ความฉลาดการได้ยิน การได้กลิ่นนั้นจะดีเป็นพิเศษกว่าม้าพันธุ์ปกติธรรมดาม้าเหงื่อโลหิตพันธุ์แท้ที่หายากนี้ ไม่เพียงแค่ดื้อรั้น หัวแข็งไม่เชื่อฟัง ทั้งยังทำให้เชื่องยากมากที่ได้กลายมาเป็นพาหนะของนาง ก็เป็นเพราะความโชคดีโดยบังเอิญของนางบังเอิญเจอมันในตอนที่กำลังเจ็บหนักจนถึงจะหมดลมพอดีนางช่วยมันไว้จากนั้น นางจะไปที่ไหน มันก็ตามไปที่นั่นเมื่อนางตกอยู่ในอันตรายอีกครั้ง และในเวลาที่คนข้างกายทั้งหมดถูกถ่วงเวลาไว้มันก็พุ่งเข้ามาช่วยนาง มันโดนมีดไปหลายรอย แต่มันก็ยังแบกนางข้ามภูเขาใหญ่มาหลายลูก แบกนางจนกลับถึงสำนักหงอีหลังจากนั้นมา มันก็กลายเป็นพาหนะของนาง นางตั้งชื่อให้มันว่าสวนหยู่!“วิ้ว……”หลานเยาเยาหันไปผิวปากกับมันครั้งหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงของนาง สวนหยู่ก็รีบมองมาทันที จากนั้นก็ร้องคำรามสองสามครั้งอยากจ