น่าสงสารยิ่งนัก……เย่แจ๋หยิ่งไม่แม้แต่จะชายตามอง ทั้งยังม้วนเส้นผมของหลานเยาเยาที่ห้อยอยู่ตรงหน้า พันรอบนิ้วเป็นวงกลม อย่างกับว่าเส้นผมของหลานเยาเยานั้น ยังคุ้มค่าที่เขาจะให้ความสนใจมากกว่าใบหน้าของซิ่วซิ่วเสียอีกหลังจากที่ซิ่วซิ่วเห็นว่าเย่แจ๋หยิ่งไม่แม้แต่จะสนใจนาง ในใจก็เริ่มจะไม่มีความสุขจึงพูดกับทุกคนว่า: “พอได้แล้ว!”“ในเมื่อซิ่วซิ่วบอกเช่นนี้ งั้นพวกข้าก็จะไม่ใส่ใจ!”“ก็ได้ก็ได้ก็ได้ พวกเรากันไปเถอะ”ในไม่ช้า ชาวเผ่าก็ต่างแยกย้ายกันออกไปซิ่วซิ่วเดินมาถึงด้านหน้าของพวกหลานเยาเยา โค้งคำนับแก่พวกเขาเล็กน้อย“ข้าทำความเคารพ”“ที่แท้ก็คือซิ่วซิ่วนี่เอง! ได้ยินเสี่ยวฮัวพูดถึงเจ้าอยู่บ่อยครั้ง แต่ตัวจริงนี่ยิ่งกว่าที่เคยได้ยินมาเสียอีก เจ้านั้นงามสะพรั่งดั่งดอกไม้อย่างที่นางพูดไว้ไม่มีผิด”ใช่แล้ว!เป็นดอกไม้ที่ลือเลื่องแก้มสองข้างที่แดงฉาน ผมถักเป็นเปีย ปากอวบอิ่มดั่งไส้กรอก และยังชอบใช้นิ้วแหย่จมูกอันเบิกบานนั่น……16
เมื่อได้ยินคำชมจากหลานเยาเยา ซิ่วซิ่วก็หน้าแดงระเรื่ออย่างเขินอายทันใด แววตาก็ยังคงชม้อยชม้ายไปทางเย่แจ๋หยิ่งเป็นครั้งคราว“ขอบนํ้าใจท่านชายสำหรับคำชม!”“ไม่เป็นไร ข้าเพียงพูดความจริงก็เท่านั้น”จริงๆแล้วหลานเยาเยายังอยากจะพูดอีกสักสองสามคำ แต่เย่แจ๋หยิ่งกลับทนต่อไปไม่ไหวจึงพูดอย่างไม่แยแสขึ้นมาในทันที: “จะพูดกับคนที่ไร้ซึ่งประโยชน์ไปอีกสักกี่คำกัน?”หลานเยาเยาไม่ทันได้โต้กลับ ก็