้เต็มปอด เขาก็เจ็บปวดที่หัวใจอย่างรุนแรง เมื่อก้มหน้าดู ก็เห็นธงเรียกวิญญาณแท่งหนึ่งแทงทะลุตัวเขาอยู่
เฝ่ยไป๋ลู่ค่อย ๆ ปรากฏตัว ใบหน้าราวกับน้ำค้างแข็ง
ชายชราคิดไม่ถึงว่าตนเองจะจบลงด้วยมือของสาวน้อยคนหนึ่ง ใบหน้าดุร้ายของเขาบิดเบี้ยว ก่อนที่จะตาย เขาขยี้บางอย่างบนตัวและพูดด้วยน้ำเสียงอาฆาตว่า “แก แก…องค์กรจะไม่ปล่อยแกไป ไม่นานแกจะต้อง…”
พูดไม่ทันจบก็ขาดใจ…
เฝ่ยไป๋ลู่ก้าวเข้าไปตรวจสอบอย่างระมัดระวัง แล้วก็ได้เห็นมือที่ซ่อนอยู่ใต้ร่างนั่น ใช้เลือดเขียนคำว่า ‘ไป๋’ เอาไว้ เฝ่ยไป๋ลู่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
แล้วก็จุดไฟ เผาร่างชายชรา
ทว่าไฟยังไม่ทันมอดดับ หัวใจของเฝ่ยไป๋ลู่ก็เต้นผิดจังหวะ ความรู้สึกถึงวิกฤตรุนแรงท่วมท้นขึ้นมาในใจ
หญิงสาวออกจากกระท่อมทันที เธอแนบตัวติดกับต้นไม้ และใช้วิชาปลอมตัวเป็นพืชพันธุ์พลางกลั้นหายใจ
ลมมืดมนพัดมาพลันร่างในชุดคลุมสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นที่กระท่อมไม้ ครั้นเห็นร่างและดวงวิญญาณของชายชราถูกเผา เขาก็พึมพำเสียงต่ำ “มาช้าไปก้าวเดียว…”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่กล้าเข้าไปใกล้เกินไป จึงได้ยินอย่างเลือนรางเหมือนกับว่าเขากำลังคุยอยู่กับใครสักคน “ใช่ เขาตายแล้ว…”
“ฉันขอให้เมืองเจียง…ระวัง…ต้องมั่นใจว่าแผนการจะราบรื่น…”
เมื่อชายชุดดำเห็นว่าที่เกิดเหตุไม่มีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ เขาจึงจากไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าเฝ่ยไป๋ลู่กลับไม่กล้าขยับ เธอใช้วิชานี้จนถึงขีดสุด เหงื่อเย็นไหลออกมาบนหน้