ในโรงเตี๊ยม ในห้องพิเศษเย่แจ๋หยิ่งยืนอยู่ด้านหน้าหน้าต่าง สายตามองทอดยาวไปไกล นิ้วขาวๆเรียวยาวเคาะขอบหน้าต่างเป็นระยะระยะ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่สุดแล้วมุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้นบางๆในห้องที่คนสองคนที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ หานแสมองดูทิวทัศน์ของท้องฟ้า เดินไปข้างหน้า พูดอย่างสบายใจว่า :“คนในโลกล้วนพูดว่าอ๋องเย่เป็นมือสังหารกระหายเลือด เย็นชาไร้ความปราณี ไม่กี่วันที่อยู่ด้วยกัน กลับพบว่าไม่เหมือนดังคำลํ่าลือ ขนาดทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่ไม่มีอะไรเลยยังต้องตาท่านได้”เย่แจ๋หยิ่งเปลี่ยนแววตา ในดวงตามีแววความรำคาญเคลือบไว้ และพูดกับทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่ไม่น่าชื่นชมอย่างเย็นชาว่า :“ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ทิวทัศน์ยังไงก็ได้ ที่จะเข้าตาข้า บางคนที่มีศักยภาพมหาศาล เบื้องหลังลึกลับ สามารถเรียกลมเรียกฝนได้ ก็ไม่มีความน่าสนใจพอให้ข้ามองเขามีบางคน ไม่มีอำนาจไม่มีอิทธิพล เรื่องราวชีวิตน่าสังเวช แต่กลับได้รับความสำคัญจากข้า รู้หรือไม่ว่าทำไม?”“ไม่รู้!”สำหรับคำพูดของเย่แจ๋หยิ่ง ดวงตาของหานแสไม่ได้เปลี่ยนผันแต่อย่างใด1494
“เพราะใจหนึ่งดวง”เมื่อคำพูดนี้ออกไป หานแสรู้สึกตะลึงเล็กน้อย ใบหน้าแสดงออกถึงความสงสัย : “หัวใจ?”ต่อหน้าหานแสที่มีความสงสัย เย่แจ๋หยิ่งก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับพูดว่า :“ล้วนกล่าวกันว่าข้าเป็นคนยากแท้หยั่งถึง ความจริงแล้วก็เพียงแค่คิดและอดทนมากกว่าผู้อื่น แม้ว่าข้างกายจะ