ซางต้องได้รับการรักษา และไม่สามารถที่จะรอช้าได้อีกดังนั้น นางจึงมองไปรอบด้าน พบว่าจื่อเฟิงและเซียวจิ่นหยูยังนอนไม่ได้สติแล้วอาฝูและโม่ซางก็เพิ่งจะมาถึงคาดว่ามีเพียงหานแสเท่านั้นที่ไม่เกรงกลัวเย่แจ๋หยิ่ง ดังนั้นนางจึงทอดสายตาไปทางเขา“ไม่งั้น……เจ้าช่วยไปเป็นคนเกลี้ยกล่อมให้ข้าหน่อย?”หานแสส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า : “แม้แต่ข้าเขายังอยากจะโยนทิ้งออกไป”“……”หึ!ก็ได้!เรื่องราวก็เป็นเช่นนั้นจริงๆช่างเถอะ พึ่งคนอื่นก็ไม่เหมือนกับพึ่งตัวเอง รอให้นางจัดการบาดผลของโม่ซางเรียบร้อย ค่อยไปอธิบายให้เย่แจ๋เข้าใจขณะที่นางจัดการกับบาดแผลของโม่ซางอยู่นั้น หานแสก็ได้กลับไปที่ห้องของตัวเองแล้ว มีเพียงอาฝูผู้เดียวที่คอยเป็นลูกมือให้อยู่อย่างเป็นกังวล1499
หนึ่งคือนางไม่รู้ว่าวิชาการรักษาของหลานเยาเยาเป็นเช่นไรบ้าง สองคือเป็นห่วงท้องของหลานเยาเยามาก เห็นนางต้องเดินเอามือพยุงเอวอยู่ตลอด คิดว่าอุ้มท้องจะต้องรู้สึกเจ็บปวดไม่สบายตัวเป็นอย่างยิ่งแน่ แล้วเขายุ่งเช่นนี้ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น นั่นต้องแย่แน่?จิตใจของหลานเยาเยาจดจ่ออยู่กับการรักษาในห้อง จะไปรับรู้ถึงความคิดในใจของนางได้ยังไง?หลังจากที่ อาฝูออกไปเอานํ้าร้อน เพิ่งจะเดินกลับมาถึงห้อง ก็โดนดาบยาวจ่อที่กลางลำคอ“ปั่ง” เสียงหนึ่งนํ้ากระเซ็นไปทั่ว พื้นที่โดนนํ้าร้อนกระเซ็นโดนเกิดเป็นควันสีขาวขึ้นมาหลานเยาเยาที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไ