งก็หาไม่พบ แต่กลับเป็นกลิ่นหอมของเนื้อย่างที่โชยมายั่วให้นางสนใจเป็นระยะ“โครกคราก……”ทั้งๆที่เพิ่งจะกินอาหารเย็นมาไม่นาน ตอนนี้ท้องกลับทนไม่ไหวร้องขึ้นมา“อยากกิน?”นํ้าเสียงราบเรียบของหานแสดังมาข้างหูขณะที่หลานเยาเยามองไปทางหานแสด้วยความเคอะเขิน กลับพบว่าเขาไม่ได้มองมาที่นาง แต่กลับจ้องตรงไปยังร้านเนื้อย่าง ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายเอ่อ……1448
สรุปว่าใครกันแน่ที่อยากกิน?หลานเยาเยาอดไม่ได้ที่จะเอามือกุมหน้าผาก มองหานแสอย่างไม่มีทางเลือก: “เจ้ามีเหรียญเงินหรือไม่?”“ไม่มี!” หานแสตอบด้วยท่าทีจริงจัง อย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม พูดจบรู้สึกเหมือนว่ามีบางอย่างแตกต่างไป จึงถามไปอีกประโยค : “แต่ว่าเนื้อย่างเหล่านั้นกลิ่นหอมมาก”“……”คิดไม่ถึงว่าหานแสเจ้าจะเป็นเช่นนี้ช่างเถอะ ยังไงซะเขาก็เป็นคนที่เคยช่วยชีวิตเย่แจ๋หยิ่งไว้ นางล้วงเงินในกระเป๋าตัวเองจ่ายก็ให้ก็ได้?“ไป พวกเราไปชิมกัน”“ดี!”มีลูกมาอุดหนุน เจ้าของร้านเนื้อย่างก็รีบเชิญให้พวกเขาเข้าไปในซุ้มที่ทำไว้ชั่วคราวไม่นานนัก อาหารทะเลย่างจานใหญ่ก็ถูกนำมาวางไว้ต่อหน้าพวกเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าความยั่วยวนของอาหารเลิศรสชุดใหญ่ หลานเยาเยาจึงได้ถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วลงมือกิน โดยไม่คำนึงถึงภาพพจน์เลยสักนิดนี่ทำให้หานแสรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อยเขาก็กินไปหลายคำ ด้วยท่าทางสุภาพ แต่รวดเร็ว1449
ทันใดนั้น!“ปัง” เสียงหนึ่งหานแสขมวดคิ้วเข้าหากันสุดๆ มือสองข