ดูจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ เขาน่าจะมาที่นี่ได้พักหนึ่งแล้ว แล้วเย่แจ๋หยิ่งที่มากับนางที่นี่ ก็น่าจะไม่ใช่เพียงแค่มาตามหานางเท่านั้น“เป็นคุณชาย” เถ้าแก่โรงนํ้าชาร้องออกมาทั้งนํ้าตา และจากนั้นก็เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงรีบออกคำสั่งคนเรือ“เร็วเข้า รีบเร่งเรือ ถึงฝั่งเมื่อไหร่ก็รีบไปพบหมอทันที”“ขอรับ! ”“ไม่ต้องหรอก” หลานเยาเยาได้จับชีพจรของจื่อเฟิงแล้ว โชคยังดีที่เขาหงายหน้าขึ้นตอนที่ลอยนํ้าอยู่ ถึงแม้ว่าชีพจรจะอ่อนจนแทบจะหาไม่เจอก็ตามที แต่ยังพอมีชีพจรให้จับได้ “ข้าช่วยเขาได้! ”ดังนั้นหลานเยาเยาจึงให้คนจับจื่อเฟิงนอนราบไปกับพื้น จากนั้นก็เริ่มฝังเข็มให้แก่เขา ในขณะที่เถ้าแก่โรงนํ้าชาและคนอื่นๆ พากันไปอยู่ที่หัวเรือในขณะที่พวกเขากำลังรออยู่อย่างใจจดใจจ่อนั้น หลานเยาเยาก็แย่งเขามาจากพญายมได้สำเร็จเมื่อหลานเยาเยาเดินผ่านม่านกั้นออกไป ก็พบว่าเรือได้จอดที่ฝั่งแล้วอีกทั้งยังดูเหมือนว่ามาจอดได้พักใหญ่แล้วเหมือนกันดังนั้นนางจึงเดินเข้าไปตรงหน้าของเถ้าแก่โรงนํ้าชา พูดเสียงกระซิบ: “เดี๋ยวข้าจะพาเขากลับไปเอง แต่เรื่องวันนี้ อย่าให้ใครได้ล่วงรู้”1439
“ข้าทราบแล้ว” จากนั้นใบหน้าของเถ้าแก่โรงนํ้าชากลับดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครุ่นคิดอยู่ครู่จึงพูดออกมา: “แล้วจะทำยังไงกับคนที่ถูกตีจนสลบไปเหรอครับ? ”“เขา? ”หากจะส่งพวกเขาไปให้ส่วนราชการหล่ะก็ คาดว่าไม่น่าจะเป็นวิธีที่ดี อย่างไรเสียคนพวกนั้นก็จะทำอ