ับการผ่าตัดด้านข้างของหัวใจ แม้จะผ่านไปแล้วหลายวัน แต่ก็ไม่ควรที่จะเดินไปไหนมาไหน แถมยังเดินไปจนเวลาล่วงเลยจนบ่าย ไม่รักร่างกายตัวเองเอาเสียเลย“ข้าไปสังสรรค์ตั้งแต่เมื่อไหร่? ” เสียงเย็นเยือกน่าดึงดูดดังออกมาจากปากประตูขณะที่เขาเดินก้าวเข้ามาในห้องนั้น อุณหภูมิของห้องลดลงทันที“แค่กๆๆๆ ······”หลานเยาเยาสำลักนํ้าลายตัวเองทันทีให้ตายเถอะ!นี่มันไม่สามารถพูดลับหลังได้อีกจริงๆ! นี่มันอย่างกับโดนจับได้อย่างไรอย่างนั้น“ออกไปไหนไม่บอกสักคำ อีกทั้งแถวนี้ก็มีเล้านางโลมมากมาย นอกจากไปที่นั่นแล้ว เจ้าจะไปไหนได้? ”หลานเยาเยาตั้งใจทำเสียงฮัม ก่อนจะเอามือทาบหน้าผากของจื่อเฟิง เมื่อพบว่าไม่มีไข้ ก็ดึงมือกลับ1443
การกระทำนั้นมันเตะตาของเย่แจ๋หยิ่งมาก จึงอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ร่างของจื่อเฟิง: “นั่นใครอีกหล่ะ······จื่อเฟิง”เมื่อเห็นใบหน้าของจื่อเฟิงแล้ว ใบหน้าของเย่แจ๋หยิ่งก็เปลี่ยนไป ดวงตามองลึกเขาผลุนผลันไปที่ข้างเตียง มองไปที่เขาเงียบๆ ก่อนจะถามขึ้นเรียบ:“อาการน่าเป็นห่วงมากไหม? ”นํ้าเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่มือกำแน่นแรงจนเส้นเลือดขึ้นเปลี่ยนเป็นสีดำ“พ้นขีดอันตรายแล้ว ตอนนี้เพียงคอยดูไม่ให้มีไข้ มีข้าอยู่ ไม่ต้องห่วงไปหรอก”“อื้ม! ”หลานเยาเยามอง ในห้องนี้มีชายถึงสามคน คนหนึ่งนอน คนหนึ่งยืน คนหนึ่งนั่ง แต่ก็ล้วนป่วยด้วยกันทุกคน อีกทั้งอาการป่วยก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วยช่วงเวลานั้นนางก็รู้สึกทันทีว่านางนั้นเหม